2006/Apr/16

ใจหนึ่งฉันไม่อยากจะเขียนถึงเรื่องนี้หรอก เชื่อเถอะ
ฉันเขียนแล้วกดปุ่ม delete* ซ้ำไปมาเพื่อเขียนใหม่ถึงสามสี่รอบ
นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้โดยไม่เป็นการข่มเหงหรือสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใคร
สิ่งที่ฉัน จำเป็น ต้องพูดปะปนด้วยปริมาณส่วนของความน่าอดสูซึ่งหากเล่าไปโดยละเอียดก็คงไม่มีใครนึกขอบใจฉันเท่าไหร่และไม่มีประโยชน์อันใดนอกจากความสาใจของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
นี่คือสิ่งที่ฉันพยายามกลั่นกรองและแยกกากออกมาเท่าที่แรงสมองน้อยๆ จะทำได้แล้ว

หมายเหตุ* ปุ่ม delete คือ นวัตกรรมสุดเริ่ดของโลกดิจิตอลที่ทำให้คนเรา ลบ ความผิดของตัวเองได้ง่ายๆ จนไม่มีใครคิดไตร่ตรองก่อนกระทำการสิ้นคิดใดๆ อีกต่อไป



เธอเคยส่ง SMS มาหาเขาว่า Love is selfish

ซึ่งเขาก็ส่ง SMS กลับไปในทำนองรักคือการแบ่งปันมิใช่หรือ เราจะเรียกรักว่าความเห็นแก่ตัวได้อย่างไร ช่างเป็นวาทะที่เก๋กู้ดคมคายบาดหัวใจอะไรจะปาน

ถ้าจะให้ฉันเลือกเห็นด้วยกับใครคนใดคนหนึ่ง ฉันคงต้องเลือกเห็นด้วยกับเธอมากกว่า

เพราะหลักฐานทางพฤติกรรมของมนุษย์แต่ยุคดึกดำบรรพ์ล้วนบ่งชี้ไปในทางเดียวว่า รักคือสุดยอดโคตรเหง้าสันดานดิบแห่งความเห็นแก่ตัวของมนุษย์

หรือบางทีเราอาจเพียงสับสนระหว่างความรักกับการยึดครอง

หรือรักเราอาจไม่ต่างกับการช่วงชิงด้วยการเข่นฆ่าเพื่อเอาชัยในสมรภูมิรบ

หรือบางทีเราอาจเข้าใจผิดหมด

หรือบางทีรักอาจไม่เคยดำรงอยู่ตั้งแต่ต้น

หรือบางทีเราต่างล้วนไม่เคยเข้าใจความรัก

แต่ ณ บัดนี้ ขอให้เราช่างหัวความรักก่อนเถอะ!

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน ฉันร้องไห้ติดต่อกันเกือบทุกคืน

จนกระทั่งก่อนขึ้นเดือนพฤศจิกายน ฉันเอ่ยถามเขาว่า เคยมีเซ็กส์กับเธอหรือเปล่า เขาตอบว่า เคยครั้งหนึ่ง แต่...บลา บลา บลา... (ไม่ขอเจาะลึกรายละเอียดในส่วนนี้ เพราะรังแต่จะสร้างมลภาวะทางจิตโดยไม่จำเป็น) ใจความสำคัญในคำตอบของเขาคือ การ ล่วงล้ำ ทางเพศ นั้นไม่ได้เกิดขึ้น หรือ Nathalie didnt fuck my boyfriend แต่ฉันเข้าใจผิดเพราะได้ยินแค่ เคยครั้งหนึ่ง... หรือ Yes, once แล้วสมองก็ชัทดาวน์ระบบออดิโอโดยอัตโนมัติ เพราะไม่อยากได้ยินสิ่งที่เขาเล่าต่อไปเพื่อนึกภาพตามให้เจ็บหัวใจเปล่าๆ

เดือนธันวาคม ฉันแจกเสื้อยืด Nathalie Fuck My Friends Boyfriend และแล้วโรคร้องไห้ทุกวันก็หายเป็นปลิดทิ้ง Nathalie รู้เรื่องโครงการนี้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

จนกระทั่งเดือนกุมภาฯ แฟนของ Nathalie จึงได้ปรากฏตัวและบอกว่า แฟนเขาไม่เคยมีอะไรกับแฟนฉัน

ความเข้าใจผิดของฉันเป็นความผิดฉกรรจ์ที่ฉันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องอำมหิตเมื่อกล่าวหาผู้หญิงคนหนึ่งถึงสิ่งที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ฉันจะไม่เสแสร้งแกล้งเป็นคนดีหรอกนะ ถ้าถามว่าฉันเสียใจไหมกับความทุกข์ที่ทำให้เธอต้องเผชิญ ขอตอบเต็มปากเต็มคำว่าฉันไม่เสียใจเลย เพราะอะไรหรือ?


...นี่คือโครงการเพื่อความสาใจล้วนๆ มันเหมือนการประท้วงเพื่อสิทธิมนุษยชนนะ เพราะฉันขอเลิกกับแฟนเพื่อให้สิทธิพวกเขาในการคบกันอย่างอิสระ ฉันว่าฉันโคตรแฟร์เลยน่ะ แต่เขากลับมาขอคืนดีแล้วลอบคบกันต่อลับหลัง พวกเขาไม่ให้เกียรติความรู้สึกของฉันและลิดรอนสิทธิในการรับรู้ความจริงในฐานะมนุษย์คนนึงที่อยากจะเป็นที่รักของใครสักคนอย่างแท้จริง...

ฉันไม่ใช่แม่สาวติงต๊องที่เชื่อว่าจะต้องหลับหูหลับตารักแฟนจนกว่าความตายจะมาพราก ตรงกันข้าม ฉันเชื่อว่าเราทุกคนมีสิทธิ์เลือก และเมื่อคุณให้สิทธิ์ตัวเองในการเลือกแล้ว คุณก็ควรให้สิทธิ์คนอื่นในการเลือกด้วย คุณมีกิ๊กกี่คนก็ได้ ตราบใดที่ แฟนของคุณเอง และ บรรดาแฟนๆ ของกิ๊กทั้งหลายได้มีส่วนรับรู้ และมีสิทธิ์ตัดสินใจเพื่อตัวเองด้วยข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่ใช่ทำตัวเป็นรัฐบาลบางประเทศที่ใช้อำนาจควบคุมสื่อ บิดเบือนหรือปิดบังข้อมูลเพื่อรักษาเรตติ้งหรือคะแนนนิยม! นี่คือเรื่องที่ฉันรับไม่ได้อย่างยิ่ง

เพศสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นไม่ใช่สาเหตุหลักของอาการป่วยทางใจ (เพราะฉันป่วยตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว) สิ่งที่เล่นงานฉันจนอกช้ำกลัดหนองคือการถูกหลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนศรัทธาในรักซึ่งฉันไม่ค่อยมีอยู่แล้วยิ่งสั่นคลอนและส่งผลกระทบกับความนับถือในตัวเองต่างหาก หลังแจกเสื้อ โรคซึมเศร้าของฉันหายขาดโดยอัศจรรย์ ฉันคงเสียใจในเรื่องนั้นไม่ลงหรอก ฉันยอมรับว่าการกระทำของฉันเป็นเรื่องโหดร้ายมากอยู่ แต่สิ่งที่โหดร้ายที่สุดที่มนุษย์พึงกระทำต่อกันได้ คือการปฏิบัติต่อกันเฉกเช่นอากาศธาตุ - เธอเคย พบ ฉันหลายครั้ง แต่เธอไม่เคย เห็น ฉัน เธอไม่อยากรับรู้การมีอยู่ของฉันมาตั้งแต่แรกแล้ว ขอยอมรับว่าฉันหวังอยู่ลึกๆ ให้การกระทำของฉันทำให้เธอได้รับรู้ถึงการมีตัวตนของฉันบ้าง แม้จะผ่านทางความเจ็บปวดหรือความเกลียดชังก็ยังดี


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


อย่างไรก็ตาม มีอยู่เรื่องหนึ่งในเหตุระยำตำบอนนี้ที่ฉันนึกเสียใจมาตลอดตั้งแต่ก่อนหน้าจะรู้ความจริงด้วยซ้ำ หลังฟื้นจากโรคเมื่อธันวาคม สติกลับมาแทนที่ ฉันเริ่มมองเห็นข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของตัวเอง และนี่คืออีกเรื่องใหญ่ๆ ที่ฉันจำเป็นต้องพูด

กล่าวคือ - สิ่งที่ฉันเรียกว่า การประท้วงเพื่อสิทธิมนุษยชน เอาเข้าจริง กลับเป็นพฤติกรรมที่ตอกย้ำความอยุติธรรมระหว่างเพศหญิงและชายอย่างน่าหัวเราะเยาะสิ้นดีต่างหาก

ในยุคศตวรรษที่ 21 อันเต็มไปด้วยบทบาทอันเรืองรองและคำสัญญาขากถุยถึงสิ่งที่ดีกว่าของเพศหญิง; Women is the Next Men หรืออะไรทำนองนี้, เป็นคำกล่าวอ้างที่เพ้อฝันเกินจริงพอๆ กับคำอหังการของใครสักคนที่บอกว่ากรุงเทพฯคือเมืองแห่งแฟชั่นอย่างไรอย่างนั้น

ในบรรดาคอมเม้นต์เกือบครึ่งร้อยซึ่งเข้ามาร่วมลงทัณฑ์หญิงที่ถูกตัดสินว่าดอกเหลือเกิน รวมถึงคนร่วมร้อยที่แจ้งความประสงค์ขอรับเสื้อ ไม่มีเลยสักรายที่จะบอกว่า

แฟนเอ็งนั่นแหละเลว ทิ้งๆ มันไปเหอะ

หรือ

ทำไมถึงเลือกใช้ Nathalie เป็นประธานในประโยค
แทนที่จะใช้
My Friends Boyfriend ล่ะ

และในบรรดาเสื้อไซส์หญิงกับชายอย่างละเท่าๆ กัน เสื้อที่มีไม่พอแจกกลับเป็นเสื้อไซส์ผู้ชาย

ดูเหมือนแฟนของฉันผู้ XXX กับหญิงอื่นจะได้รับการอภัยจากสังคมและตัวฉันเองไปโดยปริยายในฐานะที่เป็นผู้ชาย

ดูเหมือนมันจะเป็นพฤติกรรมของ ผู้ชาย ที่เราต่างยอมรับกันได้โดยสดุดี ดูอย่างขุนแผนเป็นต้น มีเมียเป็นสิบๆ คนได้ไม่เป็นไร ซ้ำยังถูกยกย่องเป็นฮีโร่ เป็นเจ้าเสน่ห์ เป็นชาร์มมิ่งแมน

ส่วนอีวันทอง นังดอกทองสองผัวนั่น! จับแม่-ไปตัดหัวเสียบประจานให้ทั่วเมือง!

ใช่ว่าฉันไม่ประสีประสากับช่องต่างแห่งการเมืองทางเพศนี่ ฉันคิดกังวลอยู่ก่อนลงมือว่าจะมีใครนึกเห็นใจหรือเป็นเดือดเป็นแค้นแทนนักหรือ ในเมื่อผู้ชายหน้าไหนๆ ก็นอกใจแฟนทั้งนั้น... สารภาพว่าสิ่งที่เป็น หมัดเด็ด ของฉันคือประโยคห้อยท้ายที่บ่งบอกว่าหล่อนมีแฟนของตัวเองอยู่ทั้งคนต่างหาก

นี่เน้นให้เห็นว่า Nathalie ไม่เพียงทำความผิดต่อฉันซึ่งเป็นผู้หญิง (และเป็นที่รู้กันว่า ควร มี ความเห็นอกเห็นใจในหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน) เธอยังหาญกล้ากระทำการอุกอาจต่อแฟนตัวเองซึ่งเป็นเพศชาย ชนชั้นอภิสิทธิ์ผู้ถือครองอำนาจใหญ่ในสังคม (โห ช่างทำกับผัวตัวเองได้) พูดตามตรง ถ้า Nathalie ไม่มีแฟน เธอคงไม่ถูกประณามหนักขนาดนี้หรอก ไม่ว่าเธอจะ XXX กับแฟนฉันกี่ครั้งก็ตาม

ด้วยเหตุนี้จึงขอย้ำ - สิ่งที่ฉันเรียกว่า การประท้วงเพื่อสิทธิมนุษยชน เอาเข้าจริง กลับเป็นพฤติกรรมที่ตอกย้ำความอยุติธรรมระหว่างเพศหญิงและชายอย่างน่าหัวเราะเยาะสิ้นดีต่างหาก

สรุปก็คือ ฉันใช้ช่องต่างทางการเมืองระหว่างเพศมาเอื้อประโยชน์ต่อตนเองอย่างบัดซบ กระทืบซ้ำสถานะอันต่ำต้อยของเพศหญิงให้ยิ่งต่ำเตี้ยจมดินทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นผู้หญิงที่ถูกเสี้ยมสอนมาให้สู้สุดฤทธิ์เพื่อสิทธิ์แห่งความเป็นมนุษย์... ฉิบหายแล้ว - ฉันเสียใจกับการกระทำในแง่นี้มากที่สุด

ในขณะที่ฉันใช้ยุทธวิธี ฉลาดๆ ในสงครามส่วนตัวส่งผู้หญิงอีกคนลงนรก ฉันกลับเดินตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดเอาไว้อย่างโง่งม จมดิ่งลงไปพร้อมผู้หญิงรายอื่นๆ ในปลักลึกสุดลึกแห่งมายาคติที่พวกเราทั้งหญิง/ชาย/เกย์/เลสเบี้ยนช่วยกันขุดขึ้นมาตั้งแต่มนุษย์อุบัติมีบนโลก - ปราชัยสิ้นท่าให้กับสงครามที่มีสเกลใหญ่ยิ่งกว่าเรื่องผัวแกผัวฉันมากนัก

หรือมันจะเป็นคำสาปที่เราล้วนหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตั้งแต่วันที่อีฟ บรรพสตรีของเรา เพลี่ยงพล้ำให้กับความปรารถนาอันดำมืดของตัวเอง บังอาจฝ่าฝืนคำสั่งพระเจ้าด้วยการกินผลไม้ต้องห้ามในสวนเอเดน บาปอันแสนหวานนั่น

ซ้ำยังชักจูง อดัม สิ่งสร้างแสนรักของพระองค์ให้ร่วมกระทำผิด

เขาและเธอจึงต้องคำสาป... ก่อนจะถูกขับจากสวนเอเดนชั่วนิรันดร์

และคำสาปบ้าๆ นั่นก็ยังดำเนินเรื่อยมาพร้อมการสืบเผ่าพันธุ์คนบาป, บางทีพระองค์อาจฝังมันไว้ในโครโมโซม X กระมัง

Genesis 3:16(King James Version)
3:16 Unto the woman he said, I will greatly multiply thy sorrow and thy conception; in sorrow thou shalt bring forth children; and thy desire shall be to thy husband, and he shall rule over thee.

หากเป็นอย่างระบุไว้ในไบเบิ้ล ความเจ็บปวดที่ผู้หญิงได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บท้องก่อนมีประจำเดือน ความเจ็บปวดทรมานระหว่างคลอด และการตกเป็นเบี้ยล่างเพศชาย ล้วนมีที่มาจากการลิ้มชิมรสไอ้ผลเวรนั่นทั้งสิ้น คุ้มกันมั้ยเนี่ย (ลักเขากินนี่แหละหวานนัก, Sinfully Delicious นักแล!)

ดีนะ!ที่ฉันเป็นคนไร้ศาสนา

แต่ซวยหน่อย!ที่ฉันดันอยู่ในสังคม แม้จะมีการศึกษา ไหวพริบปฏิภาณ หรือครูที่ประเสริฐปานใด ก็ได้รับการกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาในสังคมที่วางกรอบโดยเพศชายมาตั้งแต่ยุคหิน

ลงท้ายแล้ว สงครามระหว่างผู้หญิง ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเจ็บปวดกว่ากัน
เราต่างก็พ่ายแพ้ต่อระบบสังคม
หรือโลกที่ผู้ชายพร้อมจะเหยียบย่ำเราให้จมธุลีแห่งความน่าอดสูอยู่ดี

และที่ตลกที่สุดก็คือ เราเองก็ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
ด้วยปลงว่ามันคือ ตถตา -ธรรมดาของโลก