
Illus: คุณ My-Buffalos
พี่ชายของฉันก็เหมือนพี่ชายทั่วไปที่ติดเกมงอมแงม
แต่เขาก็เป็นพี่ชายที่สอนน้องๆ ถึงวิธีพับเครื่องบินกระดาษให้แล่นไปได้ไกลๆ
เป็นพี่ชายที่กระโดดออกมาขวางกลุ่มเด็กอนุบาลอันธพาล
ประกาศกร้าวว่า อย่ารังแกน้องผม! แล้วก็ถูกรุมกระทืบเสียเอง
จากคำบอกเล่าที่แม่ย้อนให้ฟังอยู่เนืองๆ เขาเป็นพี่ชายแบบนั้นแหละ
(แล้วนั่นมันโรงเรียนอนุบาลประเภทไหนกันหรือคะ ?)
ขณะที่ฉันอยู่ในช่วงอายุระหว่างสิบสามถึงสิบห้า
ในคืนไหนสักคืน ซึ่งเป็นคืนที่ฉันเห็นแสงหิ่งห้อยเป็นครั้งแรก
โดยไม่มีปี่มีขลุ่ยและไร้บริบทอย่างสิ้นเชิง จู่ๆ เขาก็พูดออกมา
แกเป็นน้องเรา เราจะสอนให้แกเข้มแข็ง
เสียงนั้นเติมเต็มช่องโหว่ หลุมร่องอะไรสักอย่างที่บรรจุความว่างเปล่าในตัวฉันจนเต็มตื้น
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
พี่ชายอ่านหนังสือมากมาย
ล้วนแต่เป็นหนังสือเล่มหนาที่ชาตินี้ฉันจะไม่มีวันแตะ
หนังสือประวัติศาสตร์ ปรัชญา เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา และศาสตร์ต่างๆ แทบทุกประเภทบนโลก
หนังสือฟิกชั่นที่เขาเคยอ่านตั้งแต่ฉันจำความได้มีเพียง รามเกียรติ์ สามก๊ก โลกของโซฟี และ The Fifth Element (เนื่องจากเขาคลั่งไคล้ มิลล่า โจโววิช)
แม้เขาจะมีรสนิยมในการอ่านเยี่ยงนี้ เขากลับชอบดูหนังที่แตกต่างสุดขั้ว
ส่วนฉันอ่านแต่นิยาย และมีอคติกับหนังไซไฟโดยอ้างเท่ๆ ว่าฉันไม่นิยมเสพจินตนาการสำเร็จรูป
ชะรอยเขาจะเล็งเห็นความอ่อนลีบตีบตันในสมองซีกซ้ายฉันมาตั้งแต่เล็ก เขาจึงมักบังคับให้ฉันเล่นหมากรุก
ซึ่งฉันก็ทนเล่นอยู่ได้ไม่กี่ตา มีอันต้องปวดขมับซ้ายตุบๆ ราวกับกล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้งานขมวดเกร็งเกินสมรรถภาพจนต้องล้มเลิกกลางคันทุกที
พี่ชายเป็นคนแรกที่บอกฉันว่าการแต่งงานและระบบ Monogamy หรือการมีผัวเดียวเมียเดียว ซึ่งเป็นกฎที่เพิ่งถูกสถาปนาขึ้นมาในยุโรปสมัยวิคตอเรียน แท้ที่จริงเป็นการตั้งกฎโดยเพศชายเพื่อประโยชน์ของเพศชาย ในการ ควบคุม พลเมืองหญิงให้อยู่ในกรอบแห่งศีลธรรมเลื่อนลอย (ที่ผู้ชายน้อยคนจะเดินตามได้สำเร็จ)
(บางทีฉันก็ปรารถนาให้เขาไม่เคยบอกฉันเรื่องนี้ การถูกรื้อถอนความเชื่อ ทั้งๆ ที่จิตใต้สำนึกยังผูกติดกับระบบสังคมและกรอบที่ฝังรากลึกนี่สร้างความสับสนให้ชีวิตอย่างเหลือทน)
ช่วงหนึ่งที่เขาอยู่บนทวีปฝั่งตรงข้าม
เวลาเราคุยโทรศัพท์กัน นอกจากการพูดถึงหนังที่เขาได้ดู หนังที่ฉันได้ดู
เขามักมีประเด็นจากวิชา Woman Studies หรือประเด็นสังคมอื่นๆ มาถามเสมอ
เช่น ฉันคิดอย่างไรกับศัลยกรรมพลาสติก กับการให้ยาเสพติดหรือการทำแท้งกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมาย
ครั้งหลังสุด เขาฟังฉัน ถามเพิ่มเติม แล้วลงความเห็นว่า ดีมาก
จากนั้นเขาวางโทรศัพท์ และไม่เคยถามฉันในเรื่องทำนองนั้นอีกเลย
ปล่อยให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองว่าฉันคงผ่านการทดสอบ
ได้รับมาตรฐาน ISO 9002 จากพี่ชายเรียบร้อยแล้ว
ของฝากจากการหายหน้าไปหลายปี เขากลับบ้านมาพร้อมหนังสือเป็นกุรุส
เล่มที่เขาแนะนำให้ฉันอ่านเป็นพิเศษ คือหนังสือปกแข็งว่าด้วยวิชาสตรีศึกษา เล่มหนาเท่าสมุดหน้าเหลือง
ฉันจึงปฏิบัติต่อมันด้วยความเท่าเทียมเฉกเช่นสมุดหน้าเหลืองเล่มอื่นในบ้าน นั่นคือ ตั้งทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับ
ต่อมาเขาจึงส่งมอบสมบัติแสนรักนั้นให้แฟนสาวแทน
ซึ่งฉันว่ามันคงไม่ได้ประสบชะตากรรมดีเด่อะไรขึ้นมาหรอก
(เชอะ! ชิ! ชะ!)~ (>w<)
สมัยเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ตอนที่การแต่งงานในความคิดของฉันหมายถึง การอยู่ด้วยกันตลอดไป
แม่เคยถามว่าโตขึ้นฉันอยากแต่งงานกับใคร
แน่นอน ฉันตอบแม่ว่า จะแต่งงานกับพี่ชาย ฮีโร่หนึ่งเดียวในดวงใจ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ลองนึกทบทวนอีกที เขาไม่เคย สอน ให้ฉันเข้มแข็ง
แม้ในขณะที่เขาเอ่ยวาจาอย่างห้าวหาญในค่ำคืนนั้น
ถึงรัศมีมลังเมลืองหรือออร่าซูเปอร์ไซย่าจะจับร่างเขาจนฉันแสบตาไปหมด
ฉันผู้สิ้นหวังกับมวลมนุษย์ในโลกอุดมคติมาตั้งแต่สองขวบก็ตระหนักว่าเขาคือปุถุชนธรรมดา
หลายครั้งฉันมองเขา และเห็นเพียงความอ่อนแอ
แต่ถ้าโลกใบนี้ไม่มีเขา
ฉันคงไม่เคยรู้จักความสุขของการร้องไห้
เอ๊ะ! สองประโยคสุดท้ายข้างบนมันผิดหลักตรรกะใช่ไหมคะ พี่ชาย!
Hypothesis Contrary to Fact !!!!!!
ฉันจำที่พี่สอนไม่ได้หรอกนะ
จำมาจาก ความรักไม่ต้องหลักตรรกวิทยา ในหนังสือ หลายรักของโดบี้ ที่เพิ่งได้อ่านไปเมื่อสงกรานต์น่ะ
edit @ 2006/08/14 00:58:43
55555+++
