2006/May/17

ฉันชอบหนังสือนิทานภาพสวยๆ ยิ่งกว่าอะไร
อ่านออกเขียนได้ตั้งแต่สองขวบก็เพราะคุณอีสป กริมส์บราเธอร์ส และมิสเตอร์
แอนเดอร์สัน

จริงๆ แล้วเทพนิยายมีอยู่หลากหลาย และไม่ได้จบด้วยความสุขเสมอไป
บ้างนางเอกก็กลายเป็นฟองคลื่น บ้างก็สูญเสียเท้าสองข้างและสิ้นใจตายด้วยความซาบซึ้งในรสพระธรรม
บางเรื่องแอบแฝงความสยดสยองรุนแรงชนิดที่ผู้ใหญ่ต้องกรี๊ด
อย่าง Juniper Tree ซึ่งแม่เลี้ยงฆ่าลูกชายแล้วจัดการปรุงศพเด็กเป็นแบล็คพุดดิ้งให้ผู้เป็นพ่อซึ่งกินแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กระดูกของเด็กน้อยที่พ่อถ่มออกมาถูกน้องสาวนำไปฝังใต้ต้นไม้ แล้วเด็กชายก็กลายเป็นนกมาออกอุบายฆ่าแม่เลี้ยงภายหลัง
นี่สิ! โครงเรื่องแบบที่เราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริง!
พูดเล่นนะคะ, แซนดี้ (ชื่อแทนตัวดิฉันนับจากนี้ไป) ถึงแซนดี้ออกจะโหดและเป็นซาโดมาโซคิสต์ ก็ยังไม่เสียจริตขนาดนั้นเค่อะ

แต่แน่นอนเรื่องเหล่านั้นเลือนหายไปตามกาลเวลา เรื่องที่ถูกหยิบยกมาเล่าบ่อยครั้งและถูกเลือกมาผลิตเป็นภาพยนตร์อะนิเมชั่นมักเป็นเรื่องทำนองรักโรแมนติกซึ่งหนีไม่พ้นเจ้าหญิง เจ้าชาย และลงเอยด้วยการแต่งงานแบบ happily ever after

ว่ากันว่าเทพนิยายแบบนี้ปลูกฝังให้เด็กผู้หญิงงอมืองอเท้า ไม่คิดช่วยเหลือตนเอง เพราะอะไรที่แย่ๆ ล้วนเป็นเพราะโชคชะตาฟ้าบันดาลหรือคำสาปของแม่มด ที่เธอทำได้ก็เพียงแต่งตัวสวยๆ รอเจ้าชายขี่ม้าขาวสักคนมาช่วยให้พ้นภัย และสิ่งสำคัญสูงสุดในชีวิตอันจะนำมาซึ่งความสุขสวัสดิ์ทั้งปวง ทั้งยังมีอำนาจเปลี่ยนดำเป็นขาวและชุบคนตายให้ฟื้นคืน ก็คือ ความรัก

นั่นคือความวิปริตหมายเลข ๑
ฉันคงไม่ต้องสาธยายด้านมืดของเทพนิยายในแง่มุมนั้นให้มากความ

แต่ยังก่อน !
ความวิปริตในเทพนิยายไม่ได้จบเพียงแค่นั้นหรอก
จากสายตาหญิงสติวิปลาส - มันยังมีแง่มุมที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น !

แต่ถ้าคุณยังอยากเก็บแววตาใสซื่อไว้มองโลกอันแสนงามนี้ต่อไป แซนดี้ขอแนะนำให้คุณปิดบล็อกนี้ไปซะ และแวะกลับมาอีกครั้งเมื่อชาติต้องการ





ความวิปริตหมายเลข ๒
เทพนิยายยุยงส่งเสริมให้ผู้หญิงเกลียดขี้หน้ากันเอง

หากตัวเอกเป็นหญิงแล้วไซร้ ตัวร้ายในเรื่องมักเป็นผู้หญิงแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนังแม่มดในเรื่องสโนว์ไวท์ เจ้าหญิงนิทรา เงือกน้อย หรือแม่เลี้ยงใจร้ายกับพี่สาวใจโหดของซินเดอเรลล่าที่กลั่นแกล้งรังแกนางเอกสารพัด ซึ่งเธอก็ต้องก้มหัวรับชะตากรรมอันโหดร้ายจนกระทั่งได้เจอชายแสนดีผู้พึงใจในตัวเธอ

สโนว์ไวท์เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด หล่อนพบผู้ชายใจดีตั้ง 9 คน นับตั้งแต่นายพรานที่ถูกจ้างมาสังหารหล่อนแต่เขากลับเมตตาไว้ชีวิต, คนแคระอีกเจ็ดรายยอมให้ที่ซุกหัวนอนพ่วงพร้อมความรักและภักดี, แถมยังมีเจ้าชายรูปงามอีกหนึ่งพระองค์ ทั้งหมดล้วนก้มหัวศิโรราบให้ความงามของหล่อน ในขณะที่ราชินี ตัวละครหญิงอีกเพียงตัวเดียวในเรื่อง - เลวสารพัดจะเลว

นังมารในนิยายมักทำร้ายนางเอกด้วยความริษยา ฉันตอบไม่ถูกว่านิยายมันออกมาอีหรอบนี้เพราะผู้หญิงเรามีความหมั่นไส้และอิจฉากันเองมาแต่อ้อนแต่ออก หรือที่เราอิจฉากันเองมาแต่อ้อนแต่ออกก็เพราะเราถูกล้างสมองให้ตื้นเขินด้วยเรื่องโรแมนซ์มาตั้งแต่ต้น มันเป็นปัญหาโลกแตกทำนองไข่กับไก่อะไรเกิดก่อนกัน แต่ถ้าเทพนิยายไม่เน้นความสำคัญของรูปร่างหน้าตาอันงามเลิศในปฐพีของนางเอกมากนัก เราคงไม่ต้องแข่งกันสวยขนาดนี้กระมัง (?)

เมื่อมาถึงเรื่องความสัมพันธ์ อาจเป็นสัญชาติญาณนักล่าที่ทำให้ผู้ชายเห็นการจีบผู้หญิงเป็นเรื่องท้าทายอย่างหนึ่ง หากเขาจีบสำเร็จ นั่นคือเกมที่เขาได้รับชัยชนะ
สำหรับผู้หญิง ข้อจำกัดแรกคือเราไม่ค่อยจีบผู้ชายกันเท่าไหร่ อันนี้ต้องยอมรับ เราได้แต่รอให้คนที่ใช่โผล่เข้ามามอบจุมพิตขณะเรายังอยู่ในห้วงนิทรารมณ์ต่างหาก
เกมของผู้หญิงจึงกลายเป็นการห้ำหั่นกันเองเพื่อเป็นที่หมายปองของหนุ่มในฝัน เมื่อไหร่ที่เขาเลือกเธอแทนที่จะเป็นหญิงอื่น นั่นคือเครื่องพิสูจน์ว่าเธองามกว่า ดีกว่า และเป็นผู้ชนะ

ปัญหาคือผู้หญิงบางคนเริ่มสับสนระหว่างความรักกับความอยากเอาชนะ บางทีเธออาจไม่ได้พึงใจไอ้หนุ่มคนนั้นเท่าไหร่หรอก แต่เธอเกลียดขี้หน้ายัยผู้หญิงอีกคนของเขา เมื่อเธอคิดว่าตนได้รับชัยชนะ เธอไม่รู้หรอกว่าแท้ที่จริงมันคือการสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย และเธอไม่ใช่เหยื่อของใครเลย นอกจากความกระหายอีโก้ของตัวเอง

ความวิปริตหมายเลข ๓
เทพนิยายแบ่งแยกขาว-ดำชัดเจนจนไร้ซึ่งสีเทา
ความเป็นจริงคือมนุษย์เรามีมิติในตัวเองมากกว่านั้น แต่ในนิทาน ถ้าคุณไม่ใช่ยักษ์ใช่มารคุณก็คือคนดี ถ้าไม่ใช่คนดีคุณก็คือคนเลว นี่อาจเป็นสาเหตุที่เราชอบตัดสินกันเองและแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบบง่ายๆ - หากเขาไม่คิดเหมือนเรา ไม่ทำเหมือนเราแล้ว เขาย่อมเลวเป็นแน่แท้ (สุดยอดแห่งความบิดเบือนทางตรรกะ)

แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายดีกระทำชั่ว?
ต๊าย! พูดอะไรอย่างนั้น! ฝ่ายดีทำเรื่องชั่วๆ ไม่เป็นหรอก

ในบรรดานิทานก่อนนอนทั้งหลาย เล่มที่ฉันเห็นว่าสมควรถูกกว้านไปเผาทำลายให้สิ้น มิให้เหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ คือเรื่อง แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ - ไอ้หมอนี่มันโจรปล้นฆ่าชัดๆ ขโมยของแถมยังฆ่าเจ้าทรัพย์ แล้วเราก็ยกย่องแจ๊คในฐานะคนตัวเล็กผู้สามารถล้มยักษ์ใหญ่ใจโหด (ซึ่งนอนอุตุอยู่เฉยๆ เกือบทั้งเรื่อง)

นิทานมีวิธี สร้างความชอบธรรม ให้พฤติกรรมของตัวละครฝ่ายดี ด้วยการสร้างภาพให้แจ๊คเป็นเด็กกตัญญู ยากจน ขณะที่อีกฝ่ายเป็นยักษ์ดุร้าย มีทรัพย์ศฤงคารมหาศาล
ที่วิปริตหนักไปกว่านั้น บางเวอร์ชั่นยังอุตส่าห์มีนางฟ้าโฉบมาบอกแจ๊คระหว่างปีนขึ้นต้นถั่วว่า ยักษ์เป็นโจรที่ปล้นทรัพย์สินชาวบ้านมาสะสม หนึ่งในนั้นก็มีทรัพย์สินของพ่อแจ๊คด้วย และยักษ์นั่นเองที่เป็นผู้ปลิดชีพพ่อของแจ๊คจนทำให้เขาต้องเป็นกำพร้า ตกระกำลำบากอยู่กับแม่เพียงสองคน

เพียงเท่านี้พระเอกของเราก็สามารถย่องเข้าบ้านคนอื่น ขโมยของเขา แล้วสังหารเจ้าของบ้านได้สบายใจเฉิบโดยไม่ต้องคำนึงถึงมโนธรรมใด

โอวววว มันยอดไปเลย เยาวชนของชาติ เรามาใช้สันดานโจรเยี่ยงนี้กันเถิด
วิธี สร้างความชอบธรรม ให้ตัวเองอย่างง่ายๆ ก็คือ หาความเลวของอีกฝ่ายให้เจอ เมื่อคุณสามารถตีตราคู่กรณีว่า ชั่วช้า ได้แล้ว สิ่งใดๆ ที่คุณทำย่อมต้อง ดีเด่น โดยไร้ข้อกังขา
หากคุณนึกอยากได้ผัวหรือเมียคนอื่น ก็ขอให้อ้างทฤษฎีเรื่องพรหมลิขิต/ความ meant to be/เนื้อคู่กระดูกคู่
หากคุณนึกอยากได้ของในกรรมสิทธิ์คนอื่น ก็ขอให้อ้างว่าอีกฝ่ายมีมากพอแล้ว ของสิ่งนั้นเหมาะกับคุณมากกว่า ไม่ก็อ้างว่ามันฆ่าปิตุ-มาตาคุณ หรือสร้างความเจ็บช้ำให้คุณมาแต่ชาติปางก่อน

And they live happily ever after..

++ THE END ++


©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©





ขอจบความวิปริตเอาไว้แต่เพียงเท่านี้
คืนนี้นอนหลับฝันดี และสำหรับเด็กๆ ที่ยังไม่รู้ ตั้งใจอ่านนะคะ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
๑. ซานตาคลอสไม่มีจริง (ยังไม่รู้ล่ะซี แก! มูว่ะฮ่ะฮ่ะฮาาา)
๒. ถึงไม่มีเทพนิยายพวกนี้ เราก็คงยังต้องเติบโตมากับปลาบู่ทอง ดาวพระศุกร์ และละครหลังข่าวอยู่ดี
๓. การขโมยไม่ใช่แค่การกระทำอันไร้ศักดิ์ศรี มันยังสิ้นคิดจนน่าเศร้ามากกว่าน่าโมโห

อยากเขียนอีกมากมาย แต่แซนดี้ต้องไปรีบแต่งหน้าทาปาก รอจุมพิตจากพรินซ์
ชาร์มมิ่งค่ะ
เดี๋ยวเขาจะควบอาชามารับไปพาทัวร์อาณาจักร (ว้าย กรี๊ดดดด!)


©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©

เพิ่มเติม: หมายเหตุ**
แซนดี้แวะกลับมาอ่านบล็อกตัวเอง
ให้รู้สึกฉงนฉงายระคนละอายในคำบริภาษอันเกรี้ยวกราดของตน
จึงขอย้ำๆๆ ให้ทราบโดยทั่วกันว่าผู้เขียนมิได้ล้ำเลิศหรือมีความเป็นอภิมนุษย์เหนือใคร
เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีอัตตาและโมหะจริตมากมาย
และระหว่างเขียนเอ็นทรี่นี้ ผู้เขียนเป็นเพียงสตรีที่กำลังหงุดหงิดและทุกข์ทรมานกับอาการปวดประจำเดือนระยะสุดท้าย
(หากคุณจะสังเกต แต่ละเอ็นทรี่ในบล็อกนี้มักแกว่งขึ้นแกว่งลงตามระดับฮอร์โมนดิฉัน)

หลังจากอัดพาราฯเข้าไปสี่เม็ดภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง
(อันที่จริง ข้างขวดเขียนว่ารับประทานทุก 4 ชั่วโมง แต่วันนี้พาราฯ 2 เม็ดแรกไม่ช่วยให้หายขาด เพียงแต่บรรเทาจากระดับอาการปวดแบบชักดิ้นชักงอลงมาจนถึงระดับที่น่าเพลิดเพลิน ผู้เขียนหวั่นเกรงว่าหากบ่มเพาะอาการปวดระดับที่น่าเพลิดเพลินเช่นนั้นต่อไป เชื้ออาจพัฒนาสายพันธุ์จนทำให้ผู้เขียนมีอาการมาโซคิสต์อย่างรุนแรงได้ในอนาคต จึงจำใจต้องหยุดตัวเองเอาไว้แต่เนิ่นๆ)

ขณะนี้อาการปวดทุเลาลงแล้ว (รวมทั้งอาการคลุ้มคลั่งที่มาเป็นของแถม)
ก่อนแซนดี้จะเมายาจนหลับไป ขอประกาศวจีซึ่งมีความสำคัญยิ่ง นั่นคือ...
รักนะ ชาวโลก จุ๊บๆ


edit @ 2006/05/18 23:59:39

Comment

Comment:

Tweet


I opine, custom writing services do the very hot article or model dissertation connecting with this good topic, hence, we should have dissertation service and, credibly, it is attainable to receive the online thesis writing or written essay.
#22 by dissertation (193.105.210.41) At 2011-11-07 11:00,
Do not you want to be the best in writing? It is not difficult! You just can buy a <a href="http://qualityessay.com/custom-research-paper.html">Custom Research Paper</a>. It can bring you a success.
#21 by OwensGwen (193.105.210.41) At 2011-11-03 11:54,
อืมมม ชอบที่เขียนมากเลยค่ะ เห็นด้วยอย่างแรง
#20 by Hed-noi (58.9.228.161) At 2007-11-02 21:46,
IT OK
#19 by ออน (125.25.201.14) At 2007-05-23 18:24,
หิๆๆๆๆ
#18 by '''''''''' ' _ ' ''''''''''' At 2006-07-04 15:26,
ตอนเป็นเด็ก
มีฮีโร่เยอะแยะไปหมด
มาพร้อมวาทกรรมแบบที่คุณแซนดี จุ๊บ จุ๊บ ว่ามาหนะแหละ
โตขึ้นพบว่า ฮีโรมัยซิน อาจทำให้คนตาบอด บางคนแพ้ยารุนแรงถึงขั้นตายได้ง่ายๆ
#17 by N.P At 2006-06-01 08:56,
โอ๊ววว...

ทิ่มแทงได้สะใจ
(คล้ายๆความคิดของข้าพเจ้าจิงๆ)

เอ๊ะ!... หรือว่า..เรา...

...มาจากเผ่าเดียวกัน?

ห่ะๆ...
#16 by MySouL At 2006-05-21 23:41,
สนุกๆ
#15 by s65 At 2006-05-21 23:35,
นึกถึง ทิม เบอร์ตัน ขึ้นมาทันทีค่ะ

#14 by ตินกานต์ At 2006-05-20 23:11,
หุหุ..ตอบคำถามที่ถามในบลอคละกันนะ..จะรับจ้างทำให้มั้ยน่ะเหรอ..
เอาศพมาก่อนเดี๋ยวจัดการให้..แล้วเราก็ไปปิกนิกข้างสุสานด้วยกัน
ปล.ดูนิทานดิสนีย์มาตั้งแต่เด็กเลยอ่ะ
#13 by Psycho Girl At 2006-05-19 20:37,
happily ever after
#12 by paul (68.227.53.111) At 2006-05-19 14:14,
^
^
อยากเขียนเหมือนกันฮ่ะ
แต่คงไม่มีคนพิมพ์ให้ แหะๆ
จะพิมพ์เองก็คงไม่มีคนซื้อ
แจกฟรีดีกว่าฮ่ะ
#11 by Sunday Syndrome At 2006-05-19 00:03,
แนะนำว่าเขียนหนังสือเป็นเรื่องเป็นราวเหอะ

ช๊อบชอบ

เอ๊ะ หรือเขียนอยู่แล้วอ่ะ
#10 by แมวหลอน haunted cat At 2006-05-18 23:53,
ก๊ากกกก
อยากจะขำ

เขียนได้ดีจริง ๆ ค่ะ
#9 by ข้าวปุ้น At 2006-05-18 19:08,
: )
#8 by trash (58.10.158.179) At 2006-05-18 12:47,
นี่ๆ รอบหน้าลอง ฝั่งของไทยมั่งจิ
อยากอ่าน
#7 by filmsick At 2006-05-18 10:24,
...โอ้ แซนดี้
..
พี่คะ ฝรั่งเศษไปทางไหน

เพลงเค้าดังแล้วนะ
#6 by . At 2006-05-18 02:28,
ก็นิทานอ่ะนะ ..
คงเขียนมาให้เด็กเห็นโลกที่แตกต่างอย่างชัดเจน
รู้ว่าอะไรขาว อะไรดำ
ถ้าเป็นสีเทาๆ .. เด็กอาจจะมั่วเอาว่านี่คือสิ่งถูก
เหมือนบ้านเมือง การเมืองเราสมัยนี้ไง
เอ่อ .. ไปถึงโน่นได้ไงหว่า
#5 by ++ HoORaY ++ At 2006-05-17 20:53,
นิทาน ทำให้คนเรามีจินตนาการ

ส่วนนิยาย ทำให้เราแบบว่า เฮ้ย โดน นี่มันมาจากชีวิตฉันนี่

แหะๆ

คุณอย่าว่านะ

เราบ้าไปแล้ว
#4 by แสงแดด At 2006-05-17 20:50,
โฮะๆๆเป็นมุมมองที่ชวนคิดตามนะ
มันแฝงอยู่จริงอยู่ในนั้นล่ะ นิทานก่อนนอน
ตอนนี้ฉันกำลังโดนหลอนอยู่ - -'
เฝ้ารอเจ้าชายคนดีขี่ม้าขาวมีวังใหญ่โตมาตามหา
แอบหวังอยู่ลึกๆว่าสักวันจะมีคนมาเคาะประตูบ้าน แล้วบอกว่าจริงๆแล้วคือคุณหนูชื่อยาวๆพราวพรรณพิลาศที่หายสาบสูญออกจากคฤหาสน์300ร้อยไร่
เมื่อ20ปีก่อน วะฮะฮะ
หวังว่าสักวันเปิดลิ้นชักมาจะมีโดเรมอนโผล่มาช่วยทำให้อะไรๆง่ายขึ้น
แต่ความจริง ก็คือความจริง
แฮบปี้แอนดิ้งมีแต่ในนิทาน
...แต่ก็อดหวังไม่ได้อยู่ดี..
...นี่ละน๊าโลกกลมๆเทาๆ...
#3 by walk my own way ^^ At 2006-05-17 17:20,
แวะมาอ่านนนิทาน
#2 by daranee At 2006-05-17 16:48,
อุแหม ประชดได้เจ็บแสบจริงๆ
ลองไปอ่น "นิทานก่อนนอนสอนผู้ใหญ่" สิคะ
เค้ามีวิธีประยุกต์เรื่องราวได้น่าฟังเหมาะกับโลกยุกปัจจุบันมากกว่าแบบของต้นฉบับ...

Cinderella 2006 - I don't need a prince on a white horse, unless he's riding side by side.
I'd rather rescue myself
#1 by namwarn At 2006-05-17 16:31,

SunDay-SynDrome
View full profile