2006/May/23



แซลลี่ ที่รัก


คุณคงแปลกใจที่ได้รับจดหมายจากฉัน
ฉันยังแปลกใจตัวเองเลยที่มานึกเขียนถึงคุณเอาป่านนี้
ฉันรู้จักคุณครั้งแรกเมื่อสิบสามปีก่อน ตอนที่ฉันอายุสิบสาม
ภาพของคุณยังตราตรึงอยู่ในหัวสมอง สะท้อนใจทุกครั้งที่นึกถึง

แซลลี่คะ
ฉันเพียงอยากบอกว่าคุณช่างกล้าหาญมากเหลือเกิน
ในวินาทีที่คุณตัดสินใจทิ้งตัวลงมาจากหอคอยที่คุมขัง
ปฏิเสธสิ่งที่คุณถูกทำให้เชื่อมาตลอดชีวิตอันจิ๊บจ้อยซึ่งถูกคนอื่นอ้างสิทธิ์ถือครอง

ในชั่วขณะที่คุณลอยคว้างกลางอากาศ
ฉันสงสัยว่าคุณได้สัมผัสถึงสิ่งที่เรียกกันว่า อิสรภาพ บ้างไหม

หรือบางทีคุณอาจถูกครอบงำด้วยความกลัว ?
ไม่สิ - คนกล้าอย่างคุณคงไม่เคยต้องเผชิญกับปัญหาโง่ๆ อย่างงั้นหรอก
หรือในดินแดนของคุณ ความกลัวอาจถือเป็นของหวาน
เป็นอย่างนั้นใช่ไหมคะ แซลลี่

ในวินาทีที่ร่างคุณหล่นกระแทกพื้นอันเย็นเยียบ
ไร้สุ้มเสียง ไร้ผู้คน แขนขาของคุณแยกหลุด กระจัดกระจาย
โดยไม่ต้องเสียเวลาฟูมฟาย
คุณเย็บประกอบตัว (ตน) ของคุณขึ้นมาใหม่

สำหรับฉัน มันเป็นภาพที่เหงาอย่างร้ายกาจ
สวยงาม เงียบงัน
เป็นความเงียบชนิดที่กรีดเสียงลึกไปถึงขั้วหัวใจ
คุณคือคนที่สองในโลกอะนิเมชั่นที่ทำให้ฉันเสียน้ำตา
(คนแรกคือท่านอิกคิวแห่งวัดอังโคคุจิ) (T_T)

ช่วงที่ผ่านมาฉันใส่สร้อยเส้นนี้บ่อยมาก
ถึงมันจะเป็นของเมดอินไชน่า ไร้ลิขสิทธิ์ ซึ่งไม่ทำให้คุณได้รับค่าตัวแต่อย่างใด
ฉันใส่มันต่างห้อยพระเครื่อง ราวกับคุณคือเครื่องรางของขลังทีเดียว
มันมีความหมายอะไรบางอย่างที่แม้แต่ตัวฉันก็ไม่เข้าใจ

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©

 


แซลลี่คะ

ฉันเองก็กำลังร่วงหล่น

ลอยคว้างกลางอากาศ

เปล่าเลย

ฉันไม่ได้กล้าหาญอย่างคุณ

มันสูงกว่าที่ฉันคาดเอาไว้

จนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังไม่หล่นกระแทกพื้นเสียที

และฉันก็แอบหวัง

แอบภาวนาถึงอ้อมแขนของใครที่จะโอบอุ้มฉันเอาไว้

ไม่ให้ร่างฉันต้องแตกสลายบนพื้นเย็นเยียบเพียงลำพัง


แต่มันคงไม่มีหรอกใช่ไหมคะ แซลลี่



ปล.๑
ที่จู่ๆ ฉันเขียนถึงคุณ บางทีอาจเป็นเพราะได้อ่านคอลัมน์ mailbox ของคุณโตมร ศุขปรีชาบ่อยๆ จนนึกอิจฉาเขาเป็นกำลังที่เขาได้เขียนจดหมายถึงอีที ถึงเอนนิส เดลมาร์ จดหมายของเขาทรงประสิทธิภาพซอกซอนในการสื่อสารยิ่งกว่าอีเมลหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกฉบับไหนๆ เพราะสามารถส่งไปถึงสิ่งมีชีวิตในกาแล็กซี่อื่นและคาวบอยหนุ่มที่ขังตัวเองอยู่ในรัฐสี่เหลี่ยม... ผิดกันแต่ว่า จดหมายฉันค่อนไปทางไร้สาระ และไม่สร้างคุณประโยชน์ใดๆ นอกจากการพร่ำเพ้อรำพันให้ตัวเองสบายใจ
ยังไงก็หวังว่าความรู้สึกของฉันจะส่งไปถึงคุณบ้างนะคะ แซลลี่

 

ปล.๒ ฝากความคิดถึงให้แจ๊คและลุงทิมหัวฟูด้วยนะคะ ฉันชอบเขาแม้จะเกลียด Planet of the Apes เข้าไส้ก็ตาม (ผู้หญิงอย่างเราไม่ค่อยนิยมหนังไซไฟเท่าไหร่นี่คะ คุณก็รู้)



 

ฝันร้ายจงมีแด่คุณทุกค่ำคืน
จากกลุ่มอาการวันอาทิตย์ของคุณ



Hyperballad: Bjork
We live on a mountain
Right at the top
There's a beautiful view
From the top of the mountain
Every morning I walk towards the edge
And throw little things off
Like:
Car parts, bottles and cutlery
Or whatever I find lying around

It's become a habit
A way
To start the day

I go through all this
Before you wake up
So I can feel happier
To be safe up here with you

It's early morning
No one is awake
I'm back at my cliff
Still throwing things off
I listen to the sounds they make
On their way down
I follow with my eyes 'til they crash
Imagine what my body would sound like
Slamming against those rocks

When it lands
Will my eyes
Be closed or open?

I go through all this
Before you wake up
So I can feel happier
To be safe up here with you


Comment

Comment:

Tweet


ไม่มีอ้อมแขน ไม่เป็นไรนะครับ
แซลลี่ เธอตกลงมา เป็นชิ้นๆ
เธอก็เก็บชิ้นส่วนมาเย็บประกอบด้วยตัวเธอเอง

แต่อย่างน้อย ผมเชื่อว่าถ้าเป็นคุณ
คงไม่ต้องเก็บชิ้นส่วน มาเย็บประกอบเพียงลำพังแน่

คุณคงเห็นเช่นนั้นใช่ไหมครับ
#9 by น้ำเงินเจือขาว At 2006-05-25 22:37,
ฉันกำลังแตกเป็นเสี่ยง
#8 by ปุ่น (58.9.59.95) At 2006-05-25 03:21,
ถ่ายทอดมุมมองผ่านหนังสินะ

คุณนี่เป็นผู้หญิงเท่ห์จริงๆ นะคะ อ่านและตีความเอาจากมุมมองหลายๆ อย่างน่ะ
#7 by namwarn At 2006-05-24 16:32,
มา...
เดี๋ยวเราอุ้มเองก็ได้
ว่าแต่...มันสูงมากมั้ยอ่ะ
เรากลัวความสูงนะ
#6 by ??? At 2006-05-24 07:13,
ชอบจัง คุณซันเดย์ฯ ...
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่าหัวใจคุณอ่อนโยนดีจัง
ขอตามไปอ่านคุณโตมรด้วยคน
ขอบคุณที่แนะนำ้จ้า
#5 by ++ HoORaY ++ At 2006-05-23 23:20,
ดูเหมือนเจ้าของบล็อกกำลัง .. คิดอะไรอยู่..หนักๆๆ ... แต่ดูชินกับการทำอะไรที่ใจต้องการ

ความเป็นตัวคุณ คือสิ่งที่เจ๋งอะ


#4 by วาซาบิ At 2006-05-23 15:26,
ไม่รู้ว่าดูหนังเรื่องนี้นานเท่าใดแล้ว
มุมมองของคุณก็คงมองผ่านตัวละครเอกในเรื่องสินะ
หนังไม่ได้เศร้าแต่ทำเราเศร้าได้
#3 by นกฮูกดีไซน์ At 2006-05-23 09:10,
i'm Bjork die hard fan and this song is my all time favorite bjork song.
#2 by คุณน้องเต้ At 2006-05-23 02:08,
การที่เราต้องการคนที่มาคอยโอบอุ้ม นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเรายังเป็นคนรึเปล่าคะ เรายังรู้สึก เรายังต้องการ เรายังอ้างว้าง...มุมมองหลายๆอย่างที่คุณมีเราว่าคุณกล้าหาญมากนะ ยังยืนยันเช่นเดิมนะคะ Pround ในตัวคุณค่ะ ชอบจังชอบจัง
#1 by ขนมต้ม~** At 2006-05-23 00:53,

SunDay-SynDrome
View full profile