2006/Dec/05

ขออภัยล่วงหน้านะคะ ดูเหมือนเอ็นทรี่นี้จะยาวจนทำลายสถิติทุกครั้งที่ผ่านมา
แซนดี้ว่าเรื่องเล่าของแสนดีทั้งหมดนี้มีความเกี่ยวพันกันยังไงไม่รู้



ณ จุดผลัดระหว่างปลายฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง
ในอังกฤษ หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ 11 กันยาฯ
แสนดีเก็บกระเป๋า เตรียมขึ้นเหนือ
เอียน เจ้าของบ้านซึ่งแสนดีไปพักอาศัยพูดติดตลกว่า ต่อแต่นี้แสนดีจะได้พบเห็นแต่ตึกอิฐสีแดงเรียงรายเป็นทิวแถว และสำเนียงพอชๆ ของเธอคงแปลกแปร่งเพี้ยนหู

บางทีอาจเป็นเพราะตึกสีแดงพวกนั้น
หรืออาจเป็นเพราะอากาศที่เริ่มหนาวและท้องฟ้าที่เริ่มมืดเร็วขึ้นทุกที
แสนดีพบว่าเมืองใหม่นี้ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
ไม่สิ บางทีมันอาจเป็นมิตรเกินไป
และอาจเป็นเธอเองต่างหาก ที่ไม่เป็นมิตรกับมัน

ขากลับจากซูเปอร์มาร์เก็ต สองมือถือถุงเสบียงสำหรับอาทิตย์แรกในเมืองใหม่
หนุ่มอังกฤษเดินตามหลังมา เขาเร่งฝีเท้าเข้ามาหา แนะนำตัว และอาสาช่วยเธอถือของ
แสนดีขอบคุณ ปฏิเสธ และเดินต่อไป
เขาเดินตามมา กระชากถุงจากมือเธอไปถือ แล้วชวนคุยต่อหน้าตาเฉย
แสนดีประมาณจากมาตรฐานชาวยุโรปทั่วไปและสรุปว่าเขาคงปฏิสนธิขึ้นในครรภ์แม่เมื่อ 18 ปีก่อน เธอไม่สนใจจะสร้างความสัมพันธ์หรือเรื่องวูบวาบหัวใจกับเด็กหนุ่มซึ่งดูเหมือนจะมีเอ็มมิเน็มเป็นศิลปินคนโปรด

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©


ในคาบเรียนช่วงเช้าวันหนึ่ง
นักศึกษาเข้านั่งประจำที่ อาจารย์ผมสีขาวสนิทเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนดูกระตือรือร้นและเตรียมพร้อม
บทเรียนกำลังจะเริ่ม

นั่นคือก่อนหน้าที่ห้องเลคเชอร์ถูกยึด
กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้
มันคือกลุ่มประท้วงที่กอปรไปด้วยนักศึกษาอันเดอร์แกรด พวกเขาต้องการยุติการเรียนการสอนในคาบนี้ เพื่อแถลงการประท้วงสหรัฐอเมริกาที่ส่งทหารไปตั้งมั่นในประเทศอิรัก และประท้วงนายกฯแบลร์ที่สนับสนุนการกระทำดังกล่าว
แสนดีไม่เข้าใจหรอกว่าเหตุใดพวกเขาถึงมาประท้วงในห้องเรียนแห่งนี้
อย่างไรก็แล้วแต่ เริ่มเกิดการพิพาทระหว่างกลุ่มประท้วงและนักเรียนที่ต้องการใช้สิทธิในการเรียน
กลุ่มประท้วงวางมาดเดินอาดๆ และขอให้เราอยู่ในความสงบ
แต่แน่นอนว่าความสงบไม่เคยเกิดขึ้นในห้องที่มีมนุษย์มากกว่าสองชีวิต

ในห้องที่มีมนุษย์ประมาณสองร้อยชีวิต ความเห็นแตกแยกออกเป็นหลายฝ่าย

กลุ่มนักเรียนชาวอังกฤษ(ซึ่งส่วนหนึ่งจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยน้ำพักน้ำแรงตนเอง)ไม่เห็นด้วย พวกเขาไม่ชอบนายกฯแบลร์ แต่ก็ไม่เห็นประโยชน์ของการประท้วงในห้องเลคเชอร์และรบกวนเวลาเรียน(ซึ่งคำนวณเบ็ดเสร็จแล้วคิดเป็นเงินXXXต่อชั่วโมง)

กลุ่มนักเรียนจีนจำนวนหนึ่ง(ซึ่งมาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ต้องกระเบียดกระเสียรหน่อยเพื่อค่าเล่าเรียนของบุตรหรือธิดาคนเดียวในบ้าน)ไม่เห็นด้วย พวกเขาเกลียดที่จะคิดว่า ณ นาทีนั้นๆ เงินค่าเล่าเรียน(ซึ่งคำนวณเบ็ดเสร็จแล้วคิดเป็นเงินXXXต่อชั่วโมง)ถูกผลาญไปด้วยเรื่องการเมืองระหว่างอเมริกา อังกฤษ และอิรัก

อาจารย์พอล(ดูเหมือนเขาจะมีศักดิ์เป็นเซอร์ด้วย แต่มิใช่เซอร์พอล แมคคาร์ทนีย์หรอกหนา)ไม่เห็นด้วยแน่นอน เขาเป็นอาจารย์ประเภทที่เตรียมการสอนมาอย่างดี ดวงตาสุกใสด้วยพลังชีวิต ผมสีขาวสนิทเปล่งประกายจนดูเหมือนรัศมีทรงกลดเรืองรองบนศีรษะ เป็นอาจารย์แบบที่นักเรียนรักและบูชา และดังนั้น เขาจึงปล่อยสถานการณ์ในห้องเรียนให้เป็นไปตามเสียงคนส่วนใหญ่(ซึ่งยังหาข้อยุติไม่ได้)

ด้วยความที่อาจารย์เป็นที่รักและบูชา(กึ่งเอ็นดูนิดๆ สำหรับผู้มีความอ่อนไหวต่อเด็กและคนชราเป็นพิเศษ) จึงเริ่มเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มนักเรียนหญิง เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำอันโหดร้ายและไม่ให้ความเคารพต่อผู้อาวุโส ซึ่งต้องลำบากลำบนตื่นแต่เช้าและเดินทางมาสอน เพื่อพบความขลุกขลักและชั้นเรียนที่ถูกยึดด้วยเหตุอันไม่สมควร

เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ สองฝ่ายขับเคี่ยวกันด้วยเหตุผลที่ตนคิดว่าถูก
กลุ่มนักเรียนคิดว่าตนมีสิทธิปกป้องเวลาเรียนของตนซึ่งต้องแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงหรือหยาดเหงื่อของพ่อแม่
ผู้ประท้วงคิดว่าตนมีสิทธิยึดห้องและเวลาเรียนของผู้อื่นเพราะเวลานั้นผู้คนในอิรักกำลังล้มตาย ชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องถูกคุกคาม เหล่าทหารถูกส่งไปทำสงครามซึ่งพวกเขาไม่อยากจะก่อ และท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่เกะกะระรานมากขึ้นทุกที

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย
นักเรียนหนุ่มชาวอเมริกัน(เพียงคนเดียวในห้อง)ตะโกนขึ้นว่า FUCK YOU!!!
ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว
ผู้ประท้วงคนหนึ่งทำท่าหัวเสียจนดูเหมือนจะเกิดการวางมวย แต่เขาถูกห้ามปรามโดยเพื่อนซึ่งดูจะรู้เกมการเมืองมากกว่า หนึ่งในกลุ่มประท้วงพูดอย่างสงบว่า พวกเขาคือผู้ศิวิไลซ์และจะยอมรับฟังทุกความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย
หนุ่มอเมริกันเถียงกับผู้ประท้วงได้ไม่นาน เขาก็ถูกกลุ้มรุมล้อมโดยบรรดานักข่าวจากชมรมหนังสือพิมพ์ประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องการถามชื่อเสียงเรียงนาม ขอสัมภาษณ์ ถ่ายรูป และอะไรเทือกนั้น
ท่ามกลางความวุ่นวายไร้ที่ยุติ อาจารย์พอลตัดปัญหาด้วยการประกาศเลื่อนเวลาสอนไปวันอื่น แล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปอย่างสง่างาม

ในที่สุด กลุ่มผู้ประท้วงประกาศว่าใครอยากอยู่ฟังคำแถลงการณ์ของกลุ่มประท้วงก็จงอยู่ ใครไม่อยากก็จงออกไป
ทุกคนลุกและเริ่มทยอยออกจากห้อง นักเรียนคนสุดท้ายในห้องนั้นคงจะเป็นหนุ่มอเมริกันซึ่งยังวุ่นอยู่กับการให้ความเห็นทางการเมืองกับนักข่าว

ที่หน้าประตูห้อง แสนดีพบเด็กหนุ่มที่อาสาแกมบังคับถือของให้เธอเมื่อวันก่อน
เขาคือหนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วงที่ยืนวางมาดอย่างแสนพออกพอใจในตัวเอง
เธอแสร้งจำเขาไม่ได้ ขณะเขาแสร้งจำเธอไม่ได้เช่นกัน
รอยยิ้มอย่างมีชัยซุกซ่อนอยู่บนใบหน้าเขา

คืนนั้นแสนดีออกไปเดินเที่ยวในเมืองกับเพื่อนร่วมห้องกลุ่มหนึ่ง
พวกเธอเห็นหนุ่มอเมริกันคนนั้นเดินอยู่ในเมืองเช่นกัน
ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตา
ใบหน้าเขาซ่อนรอยยิ้มแบบพออกพอใจในตัวเอง
สาวชาวจีน คู่ควงซึ่งเดินตามมาติดๆ ซ่อนรอยยิ้มแบบเดียวกัน

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©

เวลาล่วงเลยเข้าฤดูหนาว ฤดูที่ฟ้ามืดตั้งแต่ตอนสี่โมงเย็น
แสนดีได้รับเชิญไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนหนุ่มชาวเม็กซิกัน เธอออกจากบ้านเกือบหนึ่งทุ่ม ในมือมีแผนที่เล็กๆ ซึ่งเพื่อนวาดให้

พอเลี้ยวเข้าซอยนั้น บรรยากาศพลันเปลี่ยนไป ทุกอย่างช่างไม่คุ้นตา ซ้ำร้ายท้องฟ้ายังอึมครึม ขมุกขมัวอย่างประหลาดราวกับหนังสยองขวัญ

หนุ่มแขกคนหนึ่งโผล่มาจากข้างทางและทักเธออย่างเป็นมิตร
จะไปไหนหรือคุณ
แสนดีเชื่อในจิตใจอันประเสริฐแสนดีของเธอเองมาโดยตลอด เธอเชื่อว่าเธอไม่ใช่พวกเรซิสต์ที่ตัดสินคนจากเชื้อชาติหรือสีผิว เธอจึงตอบไปตามมารยาทอันดีงาม
ไปบ้านเพื่อนน่ะค่ะ
บ้านเพื่อนอยู่ไหนล่ะ
อยู่ในแผนที่เนี่ยค่ะ
เหรอ งั้นผมช่วยหาละกัน โดยไม่ต้องรอให้แสนดีตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเดินตามมา
ตายห่า!!! แสนดีคิดพลางจ้ำเท้าต่อไป ผู้ชายคนนั้นเดินตามมาเรื่อยๆ และชวนคุยนู่นคุยนี่ ระยะทางดูจะไกลแสนไกล เธอเดินผ่านบ้านหลังแล้วหลังเล่า แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหาบ้านในแผนที่พบ เธอวิตกมากขึ้นทุกที ไม่ใช่เพราะเธอหลงทาง แต่เป็นเพราะ 1.ผู้ชายแปลกหน้าที่เดินตามต้อยๆ และท่าทีเป็นมิตรฟุ่มเฟือยราวกับรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน 2.ท้องฟ้าที่มืดลง มืดลง 3.เส้นทางทอดไกลที่นอกจากเขาและเธอก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอีกแม้แต่แมวสักตัว 4.โทรศัพท์ระบบโวด้าโฟนซึ่งเผอิญเงินหมดเกลี้ยงและไม่มีใครแฮปปี้ใจดีให้ยืม และที่ร้ายกาจคือ มือของเขาซึ่งเริ่มรุกรานพื้นที่บนไหล่เธอ

แสนดีเร่งฝีเท้า
เธอฉุนจัด... และกลัวฉิบหาย
เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่าง แต่อะไรล่ะ??
เธอนึกอยากวิ่งไปกดออดประตูบ้านไหนสักบ้านและขอความช่วยเหลือ แต่ตึกอิฐสีแดงดูแข็งกร้าวเย็นชาเกินไป คนที่มาเปิดประตูจะเป็นคนประเภทไหนกันนะ

เธอนึกอยากหันไปบอกเขาว่าได้โปรดหยุดเดินตามฉันเสียทีเถอะ เพราะฉันประสาทเสียหมดแล้ว และฉันก็ไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนกับคุณ
ตัวเลือกนี้อาจส่งผลได้สองกรณี คือ
A. ถ้าเขาเป็นคนดีที่เป็นมิตรเกินไป เขาคงจะหยุด ทำตามที่เธอขอร้อง และเดินจากไปด้วยความเสียใจ
B. ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีที่คิดอะไรไม่ดีๆ เขาอาจจะโกรธและใช้กำลัง เขานับเป็นผู้ชายร่างเล็ก แต่ก็ยังถือว่าตัวใหญ่กว่าเธออยู่ดี

แสนดีตัดสินใจรอดูท่าทีไปก่อน สถานการณ์อาจดีขึ้น เช่น เธออาจพบบ้านหลังนั้น หรืออาจมีใครสักคนเดินผ่านมา แต่ก็ไม่ จนเมื่อเดินมาถึงตึกอิฐอีกบล็อกหนึ่ง เขาชี้ให้ดูในแผนที่ คงจะเป็นข้างหลังโน่นมั้ง เขาบอกพลางชี้ไปด้านหลังของตึกซึ่งดูมืดสนิทเปลี่ยวสงัด จะมีที่ไหนเหมาะสำหรับการก่อเหตุฆาตกรรมชำแหละศพยิ่งไปกว่านี้อีก เราเดินเข้าไปดูกันเถอะ

ต้องยอมรับว่าแผนที่วาดมือห่วยๆ ที่เพื่อนให้มาดูเหมือนจะบอกไว้อย่างนั้นจริงๆ
แต่จะมีบ้านตั้งอยู่ในซอกหลืบมืดบัดซบหลังบ้านอีกแถวนึงได้ยังไงวะ!
ถ้าหมอนี่ไม่ได้คาดหวังให้แสนดีโง่บรม เขาก็คงเป็นพวกไร้คอมม่อนเซ้นส์สุดๆ
ดูเขาจะไม่รู้ตัวเอาเสียเลยว่ากำลังทำให้แสนดีขวัญกระเจิง หรือบางทีเขาอาจกำลังสนุกกับการทำเช่นนั้น บางครั้งคนเราก็พบความสนุกรื่นรมย์ในการคุกคามและแสดงอำนาจเหนือคนอื่น
แสนดีแทบสติหลุด เธอไม่อยากแสดงความกลัวแต่ก็หันเดินฉับๆ จนเกือบเป็นการวิ่ง ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าตามมา
คราวนี้เธอไม่พยายามจะมองหาบ้านเวรนั่นแล้ว
เธอมองหาใครสักคน ใครก็ได้
ใคร ใคร ใคร ใคร - ใครก็ได้ช่วยด้วย

พระอัลเลาะห์ทรงโปรด
เมื่อมีฤดูร้อน ย่อมมีฤดูหนาว และในความมืด ย่อมมีแสงสว่าง
แสนดีเห็นแสงสว่างเจิดจ้าตั้งอยู่ตรงหน้า เธอผลักประตูเข้าไปทันที
ขอซื้อบัตรเติมเงินโวด้าโฟนค่ะ
แม้ยังไม่ใช่ประตูสวรรค์ มันก็ใกล้เคียง แสนดีพบตัวเองอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กของชาวปากีสถานซึ่งมีคนขายสองคนและลูกค้าที่กำลังเลือกของอีกสองสามคน

หนุ่มที่ตามเธอมาตลอดทางยืนรออยู่ด้านนอก ไม่ยอมเดินเข้ามา
แสนดีเอ้อระเหยลอยชายอยู่ในร้านอันอบอุ่น เธอฉีกซองพลาสติก บรรจงเลือกเหรียญออกมาขูดและทำการกดหมายเลขเติมเงินขณะพยายามสบสายตากับเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ เธออยากจะบอกว่า ช่วยด้วย แต่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังวิ่งหนีจากอะไร คนสติไม่ดีที่ใจดีไม่เข้าเรื่อง หรือคนประสงค์ร้าย หรือว่าความวิตกจริตของเธอเอง

ในที่สุดผู้ชายคนนั้นก็ตามเธอเข้ามา
แสนดีรู้ว่าตราบใดที่เขายังอยู่แถวนี้ เธอไม่มีวันออกจากร้านนั่นเด็ดขาด
ยังไม่ทันที่เธอต้องเอ่ยคำว่า ช่วยด้วย ดูเหมือนเจ้าของร้านจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
เขาเป็นเพื่อนคุณรึเปล่า ชายชาวปากีสถานท่าทางสูงอายุถาม
ไม่ค่ะ เขาเดินตามฉันมา สายตาแสนดีคงบอกทุกอย่าง เธอไม่เคยรู้สึกกลัวขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต

ณ วินาทีนี้ หากมีใครบอกว่าย่านนี้เกิดคดีฆ่าข่มขืนมาแปดครั้ง แสนดีคงเชื่อโดยไม่ต้องลังเลว่าเป็นฝีมือของหมอนี่ ทุกคนในร้านหันมามองผู้ชายคนนั้นเขม็ง อะฮ่า! ในที่สุด ก็มีเรื่องสนุกตื่นเต้นไว้เล่าให้เพื่อนบ้านฟังแทนการพร่ำเพ้อเรื่องดินฟ้าอากาศ! Finally God has mercy on us in England!

ผมต้องการให้คุณออกไปจากร้านนี้ ชายเจ้าของร้านพูด
ผู้ชายคนนั้นค่อยๆ ถอยหลังและเปิดประตูออกไป
ทันทีที่ประตูปิดลง แสนดีน้ำตาไหลพรากโดยไม่ต้องพึ่งยาหม่อง
รอดแล้วโว้ย!!!! เธอโล่งใจแต่ยิ้มไม่ออก
น้ำตาไหลลงมาไม่หยุด โธ่เว้ย ทำไมกรูต้องมาร้องไห้ให้คนแปลกหน้าดูเล่นด้วยนะ
สาวปากีสถาน ลูกสาวเจ้าของร้าน ยื่นกล่องคลีเน็กซ์ให้อย่างเห็นใจ
กระดาษชุ่มน้ำตาแผ่นแล้วแผ่นเล่า เธอใจดีเหลือเกิน แสนดีคิดแล้วสะอื้นฮักๆ จนสติกลับมาและพร้อมสำหรับบทสนทนาในภาษามนุษย์

ลูกค้าคนใหม่เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตมา เธอเป็นสาวชาวอังกฤษ
หนูคนนี้ถูกผู้ชายเดินตามแน่ะ ชายเจ้าของร้านแจ้งข่าว หากจะมีภัยอันตรายใดๆ ในละแวกนี้ ชาวบ้านก็ควรมีสิทธิได้รับรู้สินะ
โอวว มายก็อด เธอเอามือลูบอก ทำท่าเห็นอกเห็นใจอย่างแรง แล้วพูดอะไรในทำนอง In this country, if you are followed by some man, you can call the police (ในประเทศนี้น่ะนะ ถ้าหนูถูกคนเดินตาม หนูแจ้งตำรวจได้นะ)
เออ บ้านกรูก็มีขื่อมีแปค่ะ ไม่ได้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนโว้ย ฮือๆๆ แงๆๆ (ร้องไห้ต่อด้วยความแค้นในตัวนังเจ๊คนนี้)

เขาเป็นคนชาติไหนกัน เจ๊ชาวอังกฤษคนนี้ถามต่อ คนอื่นๆ ในร้านซึ่งปะปนไปด้วยหลายเชื้อชาติหันมามอง ดูเหมือนจะรอคำตอบ
ไม่รู้สิคะ... เขาอาจจะเป็นแขกอาหรับ อาจจะเป็นแขกตุรกี อาจจะเป็นแขกอินเดีย หรือแขกปากีสถาน...
วินาทีที่พูดจบ เธอนึกเสียใจในคำตอบ
สาวปากีสถานผู้ใจดีดูจะอึ้งไป แววตาเธอไม่ได้แสดงความโกรธใดๆ
แย่กว่านั้นอีก แสนดีคิดว่าเธอเจ็บปวด...

แสนดีไม่คิดจะปริปากเล่าเรื่องระทึกขวัญนี้ให้ใครที่เมืองไทยฟัง
เธอไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วง
แต่ลึกๆ เธอคิดว่าอาจเป็นเพราะเธอยังไม่แน่ใจอยู่นั่นเอง
อะไรหรือที่เธอหวาดกลัวนัก
ที่ด้านหลังซอกตึกนั่น เธออาจค้นพบความดำมืดอับแสงในจิตใจมนุษย์
แต่เธอก็ไม่ได้เข้าไป
ตรงกันข้าม เธอตรงดิ่งเข้าหาแสงสว่าง
แต่บางที ในร้านที่สว่างไสว อบอุ่น ล้อมรอบด้วยผู้คนใจดี
เธออาจค้นพบความดำมืดในจิตใจตัวเองเข้าแล้วโดยไม่รู้ตัว

 

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©

คืนนั้นหนุ่มอเมริกันมาร่วมปาร์ตี้ ถึงตอนนี้ทุกคนต่างรู้จักเขาในความสนุกสนานเฮฮาและความกระตือรือร้นในห้องเรียน
เพื่อนสาวชาวอังกฤษจู่ๆ ก็ถามความเห็นทางการเมืองและเปิดฉากถกเถียงนิดหน่อย (ช่างกล้าหาญจริง) ดูเธอคงจะรู้ข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นหญิง หนุ่มอเมริกันอธิบายเหตุผลและความชอบธรรมของประธานาธิบดีและประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งในการรุกรานอิรักด้วยท่าทีอดทนสุดขีด ราวกับกำลังอธิบายให้เด็กๆ ผู้ไม่รู้ประสีประสาฟัง
ใครสักคนถามขึ้นว่า เขามาจากภูมิภาคส่วนไหนในอเมริกา แสนดีคิดว่าช่างเป็นคำถามธรรมดาๆ ที่แฝงความร้ายกาจ พอเขาตอบว่ามาจากรัฐหนึ่งซึ่งทำให้ทุกคนนึกถึงทะเลทราย คาวบอย การดวลปืน และต้นกระบองเพชร ประเด็นการเมืองก็ยุติลงอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนั้นต่อ
แสนดีคิดว่าเขาช่างเป็นชาวอเมริกันที่ภาคภูมิใจและหยิ่งยโสในความเป็นอเมริกันของตนเองสุดขีด
แต่แปลกที่เธอไม่นึกรังเกียจเขา จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่เธอนึกชอบหน้าเขาขึ้นมานิดๆ ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง

 

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©


ปลายเทอม ชั่วโมงเลคเชอร์คาบสุดท้ายจบไปนานแล้ว
เหลือเพียงการทำวิทยานิพนธ์ส่งอาจารย์แล้วแสนดีก็จะได้เดินทางกลับบ้าน
เพื่อนๆ ของเธอจะได้กลับบ้าน
อีกไม่นานแล้วสินะ

ข่าวร้ายเดินทางมาถึงก่อน
หนุ่มอเมริกันคนนั้นตายเสียแล้ว
เขาถูกรถชนขณะอยู่บนจักรยาน
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เขาเบรกรถจักรยานกะทันหัน หยิบเอากล้องถ่ายรูปออกมาราวกับกำลังจะจับภาพอะไรบางอย่าง จึงถูกรถที่โผล่มาจากไหนสักแห่งชนเข้าอย่างจัง
ร่างของเขาถูกส่งกลับไปทำพิธีที่อเมริกา บ้านเกิดอันเป็นที่รัก

ไม่มีใครรู้ว่าเจ้า Breathtaking Scene นั้นคืออะไร
ภาพสวยงามชนิดไหนที่เขาได้เห็นก่อนหลับใหลชั่วนิรันดร์

แสนดีคิดว่าบางทีเขาอาจเงยหน้ามองฟ้า แล้วพบว่ามันเป็นวันฟ้าสวยในอังกฤษอันเป็นปรากฏการณ์หายากยิ่งกว่าฝนดาวตก
หรือบางทีเขาอาจเงยหน้ามองฟ้า และพบใบหน้าของพระผู้เป็นเจ้ากำลังแย้มสรวล

ชีวิตช่างเป็นสิ่งเปราะบางเหลือเกิน
เราต่างรู้ในข้อนี้

 

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©


สองอาทิตย์ก่อน น้องผู้หญิงคนนึงเล่าว่าถูกผู้ชายแปลกหน้าเดินตามในยามวิกาล
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา เพื่อนหญิงอีกคนถูกผู้ชายอีกคนเดินตามในห้าง
นั่นคือสาเหตุที่แสนดีรื้อฟื้นเรื่องหลอนประสาทคืนนั้นให้เพื่อนสาวคนหนึ่งฟังและลงท้ายด้วยการถามว่า แกว่าชั้นเป็นพวกเรซิสต์มั้ย เธอนึกถึงหนังเรื่อง Hidden ของฮาเนเก้ ความน่ากลัวทั้งหลายทั้งปวงอาจเกิดจากอคติของเธอเอง
ไม่หรอก แซนดี้ตอบอย่างที่แสนดีอยากจะได้ยิน เราเป็นผู้หญิง สมควรอยู่แล้วที่จะต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน
จะว่าไป หากผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แขก แต่เป็นคนจีน คนอังกฤษ หรือคนชาติเดียวกัน แสนดีก็คงกลัวอยู่ดี และในหนังเรื่อง Hidden หากเปลี่ยนตัวเอกเป็นหญิง และเปลี่ยนลูกชายเป็นลูกสาว เมสเสจในหนังเรื่องนั้นจะเปลี่ยนไปไหมหนอ มันอาจกลายเป็นเรื่องของการคุกคามทางเพศ

นี่คืออภิสิทธิ์หนึ่งของความเป็นหญิง หรือเราควรเรียกมันว่ารูปแบบหนึ่งของการกดขี่ทางเพศดีนะ You cant be a racist when you might really be, because you are just a woman after all. Isnt that funny??

ถ้าอย่างนั้นแสนดีน่าจะมีข้ออ้างอันชอบธรรมเวลาจะส่งกำลังทหารไปรุกรานประเทศอื่น หรือทำการทดลองระเบิดนิวเคลียร์... ทุกอย่างเป็นไปก็เพื่อปกป้องตนเอง

บนโลกที่น่าขัน ในขณะที่เราเป็นฝ่ายถูกกระทำ เราเองก็กระทำต่อคนอื่น คุกคาม เหยียบย่ำ ซ้ำซ้อนไม่รู้จบในสถานะต่างๆ กัน

บนโลกที่น่าขัน ความเกลียดชังมีอยู่จริง ความกลัวมีอยู่จริง เพราะความแตกต่างมีอยู่จริง

และในขณะที่ใครหลายคนอาจตัดสินไม่ถูกว่าแสนดีเป็นคนไทย ลาว เขมร เวียดนาม เกาหลี หรือจีน
มองปราดเดียว ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นหญิง
ผู้หญิงที่ด้อยกว่าในเรื่องพละกำลัง จนการปรากฏตัวของชายแปลกหน้าในซอยเปลี่ยวถือเป็นภัยคุกคามเพียงพอแล้ว

สัจธรรม คือ ความจริงอันไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แต่ถ้าจะมองในแง่ดี
ในโลกที่มีความมืด ความสว่าง ที่ซึ่งความเกลียดกลัวดำรงอยู่จริง
ความรักก็คงดำรงอยู่จริงเช่นกัน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โดยธรรมชาติแล้ว จะว่าไปเพศหญิงเป็นอภิสิทธิ์ชนนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ยอมโดนคุกคามและถูกคุกคามได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ลองคิดดูว่า ประชากรหญิงมีมากกว่าหลายเท่า แต่ไหนแต่ไรก็เป็นฝ่ายผลิตลูก และต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงลูกอีกต่างหาก ที่น่าตลกคือ...ทำไมผู้หญิงถึงเลือกที่จะเลี้ยงลูกให้เป็นไปตามครรลอง Patriarchal Society ด้วยล่ะ? เออเนาะ แปลกดี เขาว่าต้องโทษพิษของฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงอ่อนด้อยกว่าผู้ชาย อย่าได้คิดโต้แย้งแต่ยอมรับซะเถิดจะเกิดผล

อ่านจบแล้ว นึกถึง essay ที่เขียนส่งอาจารย์ (ไม่ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของแสนดีรึเปล่าก็เถอะ) ฉันไม่เชื่อในเรื่องของการเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ เพราะโดยธรรมชาติแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย เชื่อว่ามันตลกน่ะที่จะคิดว่าสองเพศนั้นทัดเทียม ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ที่สังคมมัน "ไม่เวิร์ค" สักที คงเพราะต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกัน ผู้ชาย macho คงรู้สึกฮาๆถ้าผู้หญิงขอเรียกร้องความเสมอภาค เพราะอย่าว่าแต่ด้านกายภาพเลย ทางชีวภาพ ทางจิตใจและอารมณ์มันก็เท่ากันไม่ได้แล้วล่ะ

ฉันว่าผู้หญิงไม่ได้ต้องการความทัดเทียมเสมอภาคมาตั้งแต่ต้น มันไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไร เพียงแต่ต้องการ Respect ต้องการการยอมรับในสิ่งที่เป็น สิ่งที่กระทำได้ สิ่งที่สามารถ แล้วจะยอมเป็นผู้ตามแต่โดยดี (ยกเว้นแต่พวก anomaly นะ เอิ๊ก) เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดมาล่วงหน้าแล้วส่วนหนึ่ง

แต่นั่นอาจเป็นความคิดของฉันคนเดียวก็ได้มั้ง นัยว่าฉันเองก็ไม่ใช่คน competitive โดยสันดาน

มาอีกเรื่อง...

=> บนโลกที่น่าขัน ความเกลียดชังมีอยู่จริง ความกลัวมีอยู่จริง เพราะความแตกต่างมีอยู่จริง

นั่นสิ แล้วคนก็มีจำนวนมากเกินกว่าจะยอมรับในความแตกต่างและมองหาความละม้ายเหมือนกันไปหมดทุกคนด้วยล่ะ
#1  by  vendetta At 2006-12-05 00:54, 
ปล. ตกใจหมดเลยค่ะ เมือกี้กดส่งแล้วมันขึ้นว่าไม่พบเอ็นทรี่ อ๊าง...นานๆจะพิมพ์ยาวๆสักที นึกว่าเฮงหายไปโม้ด

ปล. เห็นด้วยกะประโยคสุดท้ายค่ะ
#2  by  vendetta At 2006-12-05 00:59, 
เราเข้าใจในสิ่งที่แซนดี้พยายามจะเชื่อมโยงนะ การจะไปรุกรานประเทศอื่นด้วยข้ออ้างว่าป้องกันประเทศตัวเองนั้น เราว่ามันฟังไม่ขึ้นน่ะ อย่างที่แซนดี้พูดเลย ต่างคนต่างคุกคามกันและกัน แล้วพอแค้นกัน ต่างฝ่ายก็จะกลัวฝ่ายตรงข้าม
#3  by  ตุ้ย since 2006 At 2006-12-05 01:14, 
แค่ไหนจึงจะเรียกได้ว่าปกป้องตนเอง ในแบบพอดี
ตาบุชน่าจะลองมาศึกษาทางสายกลางจากศาสนาพุทธดูบ้าง
ทำให้นึกถึง โบลลิ่ง ฟอร์ โคลัมไบน์ จริงๆแล้วประเด็นความหวาดกลัวของคนอเมริกัน เขาเหมือนจะถูกฝังหัวมาเช่นนั้น ทั้งๆที่จำนวนอาชญากรรมลดลง
แต่กฏหมายก็ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์พกอาวุธได้ มันมากมายและไปกันใหญ่ ทั้งคนร้าย และคนป้องกันตัว พกกันไปหมด มันเป็นข้ออ้างของการกระทำผิดโดยปราศจากการไตร่ตรอง นี่มันแค่จุดเล็กๆในสังคม อเมริกัน
ภาวะผู้นำตาบุชก็ไม่ต่างอะไรกับกฏหมายพกอาวุธ (ประเทศ)ตัวเองพกได้หนิ (ประเทศ)คนอื่นเขาพกบ้าง ก็หาว่าเขาจะทำร้าย
เฮ่อออ
#4  by  น้ำเงินเจือขาว At 2006-12-05 01:51, 
#5  by  '''''''''' ' _ ' ''''''''''' At 2006-12-05 03:23, 
แหะๆๆ ยิ้ม จนลืมคอมเม้น
**
ในวันฟ้าสวยในประเทศอังกฤษ ชายหนุ่มหยุดรถกระทันหัน หยิบกล้องถ่ายรูป เพื่อที่จะบันทึกรอยยิ้มของของพระผู้เป็นเจ้าให้ผู้คนบนโลกได้เห็น ก่อนที่ตัวเค้าจะสละลมหายใจ เพื่อที่จะติดตามรอยยิ้มนั้นไปชั่วนิรัน_

#6  by  '''''''''' ' _ ' ''''''''''' At 2006-12-05 04:21, 
แตก-ต่าง
ความรักก็คงดำรงอยู่จริง
#7  by  เอนนิสเดลมาร์ At 2006-12-05 15:42, 
ชอบเอนทรี่นี้มากจ่ะ

#8  by  filmsick At 2006-12-05 23:34, 
เข้ามาตอนแรกเห็นความยาวแล้วอึ้ง....
ก็เลยออกไปก่อน....
เพิ่งกลับมาอ่าน....
เป็นเอนทรี่ที่...สุดยอด...
อ่านแล้วชอบมากได้อารมณ์...
ดำมืดทั้งสองด้าน....
แต่ก็ยังมิอาจรู้ได้...
อึ้งกับเด็กหนุ่มอเมริกัน...
ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก
#9  by  alienboon At 2006-12-05 23:45, 
จอบคุณครับสำหรับความรู้เรื่องแมว
บางที การที่ใครสักคนจะเป็น racist มันก็อาจจะถูกฝังหัวมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ก็ได้ค่ะ และเราทุกคนก็อาจจะเป็นกันโดยไม่รู้ตัว
มันไม่มีความเท่าเทียมกัน ทั้งเรื่องเชื้อชาติแล้วก็เพศ บนโลกนี้
ทุกๆวัน คนเราก็ถูกเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ แล้วก็โดนกันทุกเมื่อเชื่อวันจนติด จนชิน เผลอๆ ก็ยังยินดี มีความสุขไปกับมันซะอีก

บางครั้ง ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่อยากจะเรียกร้องความเท่าเทียม อยากจะเป็น feminist ถ้ามันได้เท่าจริง แล้วจะดีใจแน่เหรอ

หรือเป็นเพราะคนเชื้อชาติเรา คนแบบเพศเรา มีโครโมโซมแบบไม่aggressive หรือเปล่า....ก็ไม่รู้

ปล. แต่ชอบ entry นี้นะ
#11  by  nyanta At 2006-12-06 11:21, 
เพลงไพเราะทุกทีเลยนะ ชอบทุกที ฮ่า ฮ่า
#12  by  Lolay At 2006-12-06 13:05, 
สุขสันต์วันพ่อย้อนหลังนะฮับ
#13  by  zui ai yanchengxu At 2006-12-06 18:50, 
เราเองก็ต่างกัน
#14  by  นกฮูกดีไซน์ At 2006-12-06 21:46, 
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเซฟไว้อ่านวันอื่นที่สมาธิมากกว่านี้

ขยันจังคุณ.
#15  by  trash (124.120.174.71) At 2006-12-06 23:12, 
โฮะ ๆ ๆ แวะมาบอกว่า กระทู้มึงฮอทมั่ก ๆ ค่า ไม่น่าเชื่อ

http://www.bioscopemagazine.com/web2006/webboard/index-in.php?id=50227

มีแต่ปู้จายเฮงซวยทั้งนั้นเรย ท่าทางจะไม่หล่อ คิ คิ คิ
#16  by  ปุ่น At 2006-12-07 20:26, 
^
กระทู้กรูที่ไหนคะ กระทู้มึงอ่ะแหละ
ส่าดดดด โลกนี้มันที่ของเกย์จริงๆ เว้ยยย
ยินดีด้วยนะมึง
ว่างๆ กรูจะเอาเอ็นทรี่ความรักของผมของมึงไปโพสต์ในเว็บคริสตศาสนิกชนและชาวอิสลาม
หึ หึ หึ
#17  by  Sunday Syndrome At 2006-12-07 23:46, 
^
พูดจริงๆ นะเฟร้ย
แค้น แค้น
#18  by  Sunday Syndrome At 2006-12-07 23:52, 
55555555555 อีนี่

นี่ ๆ กูอัพใหม่ละ เป็นเพลงประกอบเรื่อง นานะ ภาคสอง

เพลงเพราะมั่ก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กูฟังไปร้องไห้ไป

http://thunska.exteen.com/20061208/nana-2
#19  by  ปุ่น At 2006-12-08 02:12, 
เป็นอะไรก็ช่างแต่อย่ามายุ่งกับฉันเป็นพอ

ไม่รู้ว่าจะเรื่องเดียวกันหรือเปล่า
แต่เมื่อว่านเผลอแวบขึ้นมา เพราะโดนคนงานก็สร้างแซว แล้วโมโห
แต่ พอเปลี่ยนมาเป็นเด็กหนุ่มหัวทองแซว กลับ ขำๆ
อือ หรือเราจะจิตตกคิดมากไปหว่า

จริงแล้ว เราก็ แอบตัดสินคนจากภายนอกเหมือนกัน นะ นี่
#20  by  walk my own way ^^ At 2006-12-08 13:30, 
แวะมาบอกว่ากระทู้คุณ โค ตะ ระ ดัง เลย ในบอร์ดไบโอ 555+
ดังจนเกิน 50 โพส รีเซ็ทกระทู้ซะแง้น
#21  by  น้ำเงินเจือขาว At 2006-12-09 11:54, 
ยาว ... แต่ยอดจ้ะ
#22  by  ++ HoORaY ++ At 2006-12-10 11:02, 
Hello! Good Site! Thanks you! gomalqblbl
#23  by  kaizirztww (217.159.190.94) At 2008-02-01 22:56, 

<< Home


SunDay-SynDrome
View full profile