เบื่อผู้จัดการ... (คำบ่นจากสาวออฟฟิศ)
วันนี้ว่าง ไม่ต้องไปแบกข้าวสาร เลยแวะมาสนทนาถึงฤทธิ์มีดสั้นลี้กิมฮวง หรือ ลี้ชิ้มฮัว มีดบินไม่พลาดเป้า ของ น.นพรัตน์ สนพ.สยามอินเตอร์บุ๊คส์ ที่อ่านจบไปเมื่อสองพุธก่อน
ช่างเป็นนิยายสำหรับสุภาพบุรุษ ลูกผู้ช้ายยย ลูกผู้ชาย ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมน้ำมิตร และบรรยายถึงสตรีเพศได้แพศยาดีมาก
ชอบภาคโจรดอกเหมยนะ
ดำเนินเรื่องไวเป็นหนังคาวบอย ตายกันเป็นเบือยังกะใบไม้ปลิดปลิว
นึกภาพตามแล้วฮาดี
ประเด็นที่เด่นชัดมากในภาคนี้ คือ ภาพแห่งความดี หรือ ความสูงส่ง บางครั้งก็เป็นเพียงผลผลิตที่ได้มาจากการเป็นผู้ครองอำนาจบารมี อาทิ มีเงิน มีชาติตระกูล มีพวกพ้อง มีชื่อเสียง (...หรือมีสื่ออยู่ในมือ)
ลี้ชิ้มฮัวในสองเล่มแรกนี่ร่อแร่ น่าสงสาร จะตายมิตายแหล่ เพราะเหล่าจอมยุทธ์ผู้ทรงคุณธรรมทั้งหลาย บ้างก็ตระบัดสัตย์ แทงข้างหลัง แอบอ้างคุณความดี บวรศาสนา กระทำการต่ำช้าอย่างหน้าไม่อาย
แต่ลี้ชิ้มฮัว พระเอกของเรา เขาตั้งมั่นในศักดิ์ศรี และศักดิ์ศรีนั้นคือ การยินยอมถูกคนทั้งโลกทรยศ แต่ไม่ยอมทรยศใครอื่น
โก้วเล้งคงรู้สึกอยู่บ้างเหมือนกัน ว่าลี้ชิ้มฮัวของเขาช่างมีคาแรกเตอร์เหมือนผู้ชายที่กำลังจะสูญพันธุ์ (ตรงข้ามกับเกรียนที่กำลังเจริญพันธุ์) เขาจึงจัดแจงให้ตัวละครหนึ่งตั้งคำถามกับลี้ชิ้มฮัวว่า คุณธรรมของเขาหรือมิใช่สิ่ง คร่ำครึ เกินไป (นิยายเรื่องนี้เขียนในปี 1968-1970 นี่เอง)
คลับคล้ายคลับคลากับตอนอ่านบทท้ายๆ ของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต” ตอนที่แฮร์รี่ถามลอร์ดโวลเดอมอร์ว่า อยากรู้ไหมทำไมแกถึงแพ้ แล้วลอร์ดโวลเดอมอร์ก็ตอกกลับแบบแดกดันว่า “อ๋อ...จะบอกว่าเพราะ ความรัก ใช่แมะล่ะ ตะเอง กิ๊วๆๆ” (ต๊าย กล้าพูดเนอะ)
โก้วเล้งกับเจ.เค.คงเกรงคนอ่านจะรู้สึกกระอักกระอ่วนกับอภิมหาเมสเสจสุดเชย และคำครหาว่าคิดอะไรไม่ออกแล้วรึไง เลยชิงกระแนะกระแหนตัวเองไปก่อนซะงั้น
ก็อย่างว่าแหละ การคงความศรัทธาในคุณความดีในยุคสมัยนี้เป็นเรื่องง่ายดายตายละ
ในเล่ม 3 ภาคธาตุแท้วีรบุรุษหาญกล้า มีตอนที่แซนดี้สะใจสุดๆ อยู่ 2 ฉาก
คือตอนที่น้องเล่งเหล็งเอ่ยปากว่า
“สตรีพอถือกำเนิดมา ก็มิต้องถือคุณธรรม นี่เป็นสิทธิของสตรี โดยธรรมชาติแล้วบุรุษเข้มแข็งกว่าสตรี ดังนั้นสมควรอ่อนข้อให้แก่สตรีสักหลายส่วน”
แล้วนางแมงป่องคราม โจรสาว ก็เดินเข้าไปตบหน้าเล่งเหล็งสิบกว่าฉาด แล้วกล่าวว่า
“เนื่องด้วยในโลกมีสตรีเช่นพวกเจ้า สตรีจึงถูกเหล่าบุรุษหยามดูแคลน...”
ฉากผู้หญิงตบกันนี่ช่วยลดทอนความเป็นนิยายสำหรับบุรุษเพศลงมากเลยละ
ส่วนตอนที่โดนมากๆ อีกตอนคือ บทที่ชื่อว่า ความปวดร้าวที่แท้จริง
ความจริงแล้วชอบทั้งบท แต่ชอบบทสนทนาของ เล้งเซ่าฮุ้น กับ ลี้ชิ้มฮัว ช่วงนี้มากเป็นพิเศษ
เล้งเซ่าฮุ้น : เราทราบว่าวันเวลาที่ผ่านมาท่านปวดร้าวยิ่ง
ลี้ชิ้มฮัว : ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนปวดร้าว
(คั่นโฆษณา - โอ้ ท่านจะเท่ไปไหน)
เล้งเซ่าฮุ้น : แต่ความปวดร้าวของท่านล้ำลึกและรุนแรงกว่าผู้อื่นมากนัก
ลี้ชิ้มฮัว : อ้อ?
เล้งเซ่าฮุ้น : ทั้งนี้เพราะท่านยกหญิงคนรักของท่านให้เป็นภรรยาผู้อื่น
ลี้ชิ้มฮัว : ...
เล้งเซ่าฮุ้น : แต่ความปวดร้าวของท่านยังไม่ล้ำลึกพอ ทั้งนี้เพราะหากคนผู้หนึ่งยินยอมเสียสละตัวเองเพื่อส่งเสริมผู้อื่น มันจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นบุคคลอันยิ่งใหญ่ ความรู้สึกเช่นนี้จะบรรเทาความปวดร้าวของมันเบาบางลง
อ่านถึงตอนนี้แซนดี้แทบกรี๊ดด้วยความดีใจ
เพราะในที่สุดก็ได้เห็นวี่แววรางๆ ของสันดานเห็นแก่ตัวในตัวคุณชายลี้
นี่ไงๆ คุณธรรมอันล้ำเลิศของลี้ชิ้มฮัว ที่แท้ก็มีที่มาจากความต้องการที่จะยกตนให้สูงส่งกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง
หึหึ นิยายเรื่องนี้มันช่างดาร์กได้ใจ
แต่โก้วเล้งก็ “ดัน” บอกในบรรทัดต่อๆ มาว่า เหตุผลเช่นนี้มิใช่ “ถูกต้อง” ทั้งสิ้น
ลี้ชิ้มฮัวเลยพลาดโอกาสในการเป็นมนุษย์ปุถุชนที่พึงมีความดีในคราบความเลวกับความเลวในคราบความดีปะปนบ้างไม่มากก็น้อย และคงความเป็นยอดบุรุษสุดประเสริฐต่อไป
(แต่ทำไมนายแอบวานคนไปฆ่าแฟนเพื่อนฟระ เราไม่เข้าใจนายข้อนี้เลยว่ะ ลี้เฮีย)
มีสองอย่างที่ไม่ชอบในนิยายเรื่องนี้ คือบทสรุปของ เล้งเซ่าฮุ้น กับลิ้มเซียนยี้
เล้งเซ่าฮุ้นอุตส่าห์โชว์แมน ทำตัวน่านับถือในตอนท้าย น่าจะให้จบแบบเท่ๆ หน่อย
ส่วนบทลงโทษลิ้มเซียนยี้ หญิงเลวของเรื่อง ก็ขัดกับขนบนิยายเฟมินิสต์ยุคหลังเป็นอย่างยิ่ง
แต่นี่มันนิยายลูกผู้ชายนี่นะ เอาเหอะ งึมๆๆ
ในยุคสมัยที่ คุณความดี ถูกแอบอ้างเอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างพร่ำเพรื่อ จนเรานึกเหม็นเบื่ออยากเป็นโจรมันให้รู้แล้วรู้รอด อาชญากรรมแท้จริงคือสิ่งใด การละเมิดกฎบัญญัติ หรือการบัญญัติกฎมาเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง การคิดต่าง หรือการไม่ยอมรับความต่าง
คุณธรรมสูงส่งอาจมีอยู่จริง และสิ่งที่จะทำให้มันเสื่อมทรุดคงไม่ใช่ความชั่วช้าที่มาในรูปของความชั่วช้า แต่อาจเป็นสามานย์มนุษย์ผู้ใช้มันเป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง
เป็นเรื่องน่าเศร้านะ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่อุดมคติ*ถูกทำให้สิ้นสูญความหมาย คล้ายเป็นความคร่ำครึน่าละอาย และความต่ำทรามกลายเป็นความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา โลกนี้ไยมิใช่สถานที่ที่บัดซบในการดำรงอยู่จนเกินไป
อุดมคติในที่นี้คืออุดมคติจริงๆ นะจ๊ะ ไม่ได้หมายถึงบุคคลใดเลย
ลี้ชิ้มฮัวเองก็ไม่อาจถูกสวมทับด้วยบุคคลใดได้เลย
แกเป็นตัวแทนของอุดมคติจริงๆ นั่นแหละ
เฮียแกถึงได้น่ารำคาญ น่ารัก น่าชัง
และกระอักเลือดทั้งเรื่อง ร่ำร่ำจะตายอยู่ตลอดเวลา
สรุปว่า สนุกมากๆ ควรชักชวนให้บุตรหลานของท่านอ่านด้วย ก่อนที่ประชาเกรียนและผีซอมบี้จะล้นโลก
©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©
* ขออภัยคุณจูนหญิง และคุณจูนชาย มา ณ ที่นี้ที่ซื้อหมัดเล่ม 2 มาแล้วไม่ได้อ่าน กิซโม่ฯ ข้าพเจ้ายังไม่ได้วาดเลย
เอ็นทรี่นี้ขอเอาคลิปเบื้องหลังชีวิตลับของแมวผู้กุมความลับของจักรวาลมาให้ดูไปพลางๆ
ตากล้องคือคุณน้องของข้าพเจ้าเอง
ก่อนถ่ายพวกมันก็กัดกันอยู่ดีๆ พอหันมาเห็นกล้องปุ๊บ
กิซโม่ก็แอ๊บรักเด็กทันที นอกจากจะเป็นแมวผู้กุมความลับของจักรวาลแล้ว
ท่าทางมันคงอยากประกวดนางงามจักรวาลด้วย
* คลิปนี้ได้รับการปรับสีให้สว่างขึ้นแล้วในโปรแกรม Windows Movie Maker
ส่วนนี่คือ ซาช่า แมวที่อยากเป็นกระต่าย แถมยังกระแดะเป็นมังสวิรัติอยู่ช่วงนึง
และนอกจากนี้ มันยังอยากไปเรียนนวดที่วัดโพธิ์ด้วย
ความฝันสูงสุดของมัน ไม่แน่อาจจะเป็นการเป็นครูสอนโยคะ
เดี๋ยวนี้สมาชิกในครอบครัวดิฉันมักจะเกทับกันประมาณนี้
แซนดี้ : หึ วันนี้ซาช่านวดให้เราด้วย
สมาชิกอาวุโส : มันก็นวดให้เรา
แซนดี้ : มันนวดให้เราตั้ง 2 รอบ
สมาชิกอาวุโส : มันก็นวดให้เรา... ต่อหน้าสาธารณชน!
แซนดี้ : ...
...........(เอ่อ เชิญเถอะค่ะ...ยินดีด้วยนะคะ)
คืนวันที่ 2 กลับมาอ่านบล็อกตัวเองแล้วรู้สึกว่าควรแก้ไขเล็กน้อย
เพื่อไม่ให้สื่อความกำกวม
... (เป็นคนดีจัง)
