Case-History

2006/Feb/10



สืบเนื่องจาก Easy Up Vol.1เอ็นทรี่ก่อน โดนคุณ FAS ความเห็น#20 ดักคอไปแล้ว
เล่นเอาหมดมุขกันเลยทีเดียว T_T
Easy Up Vol.2 ที่กะจะเขียนเลยต้องเป็นหมันไปโดยปริยาย
จนกว่าจะนึกมุขใหม่ๆ ออก เราเลยขอต้องคั่นรายการ (อีกแล้ว)
ด้วยบทความสร้างสรรค์สังคมมากๆ ซึ่งดิฉันบรรจงจรดปลายนิ้วบนแป้นพิมพ์ขึ้นมาด้วยความรัก
ถ้ามันเครียดก็โทษคุณ FAS โลดค่ะ จะเขียนเรื่องง่ายๆ ก็ดันมาขัดคออีก เห้อออออ...



วิธีเยียวยาจากความเศร้า

ดร. SunDay-SynDrome ได้แบ่งกระบวนการบำบัดรักษาออกเป็น 3 ขั้นตอน
กล่าวคือ

1) ช่วงยอมรับ

ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ความจริงแล้วยากมั่กมั่ก
ดิฉันว่าการบำบัดจะได้ผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ถึง 80% การยอมรับว่า "เราเลิกกัน" หรือ "เค้านอกใจ" หรือ "ku เจ็บ" น่ะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ
เมื่อเกิดเรื่องเสียใจหรือช็อคหนักๆ ในระยะแรก ผู้ป่วยมักมีอาการปฏิเสธความจริงซึ่งจะทำให้ยากต่อการรักษามากขึ้นไปอีก (ก็ถ้าคนเราไม่ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา มันจะหาทางแก้ปัญหาได้ไงฟระ)

Case Study: อ่าน After Effect
หลังอี SunDay-SynDrome ป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามาสี่เดือน มันก็ยังพยายามนึกว่าตัวเองขาดสารอาหาร เป็นไทรอยด์ หรือมีพยาธิ
(กรูเป็นทั้งหมอ ทั้งคนไข้ค่ะ ของอย่างงี้ต้องช่วยตัวเอง)

ยิ่งเรายอมรับความจริงได้เร็วเท่าไหร่ มันก็จะง่ายต่อการบำบัดมากขึ้นเท่านั้น
นี่คือขั้นตอนที่ทำได้ยากเอี้ยๆ แล้ว (เอี้ยๆ เป็นศัพท์เทคนิคทางการแพทย์)
คนเรามักหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด เรารู้ลึกๆ อยู่ในใจว่าช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด คือขั้นตอนต่อไป หรือช่วงทำใจ
การยอมรับความจริงเท่ากับการอนุญาตให้ตัวคุณเองตกลงไปสู่ห้วงแห่งความเจ็บปวดล้ำลึก
คล้ายการเปิดบาดแผลของคุณให้ปริออก เพื่อบ่งเอาเสี้ยนออกมา มันเป็นขั้นตอนที่เสียวไส้แสบทรวง
แต่ถ้าคุณไม่ยอมรับว่าตัวเองมีแผล คุณก็บ่มมันอยู่ข้างในและอาจเน่าตายด้วยความทรมาน

ช่วงนี้ขอให้คุณใช้เวลาได้ตามชอบ ไม่มีใครเร่งรัด บางคนก็ต้องการเวลามาก บางคนก็ต้องการเวลาน้อย
แต่อย่าใช้เวลาทั้งชีวิต คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อทุกข์ทรมานหรือทำหน้าอมโศกเพียงอย่างเดียว
คุณยังมีความฝันอื่นๆ ในชีวิตที่ต้องทำด้วย อย่าลืม อืมม อืมมมมมมมมมมมม....
(voice fading)

2) ช่วงทำใจ

ขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าผ่านช่วงยอมรับมาได้ แสดงว่าคุณเดินทางมาถึง 80% แล้วค่ะ (แต่เส้นทางที่เหลือเป็นภูเขานะ เหอๆ)
นี่คือช่วงฟรีไทม์ค่ะ เราเปิดโอกาสให้ทุกท่านรับมือกับความเจ็บปวดของตัวเองได้ตามอัธยาศัย
ใครอยากชื่นชมทัศนียภาพ แวะพักข้างทาง ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
หรืออะไรก็สุดแท้แต่
เมื่อคุณเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด จงทำความรู้จักและทำความคุ้นเคยกับมันซะ สำรวจตัวเองว่าคุณมีวิธีอย่างไรในการรับมือกับแขกไม่พึงประสงค์รายนี้
บางคนถนัดกับการโหมทำงานเพื่อให้ลืม แต่จากที่ผ่านมา ดิฉันพบว่าวิธีที่ได้ผลชะงัดนักสำหรับตัวเอง คือการกระโจนลงใส่ความเจ็บปวด
เจ็บให้ถึงที่สุด ปวดให้ถึงที่สุด เรียนรู้มันทุกแง่ทุกมุม
~~ โอ อาาาาา อืมมม โอววววว ~~
จนกว่าคุณจะเริ่มเห็นความงามในความเจ็บปวดนั่นแหละ
(ระวังอย่าเพิ่งหลงรักมันซะล่ะ อันตรายนะนั่น)
ในความเจ็บปวดมีความงามเร้นอยู่จริง เหมือนสาวนัยน์ตาโศกที่เราอดหลงรักไม่ได้
จงดื่มด่ำมัน หลับลงไปพร้อมมัน ตื่นขึ้นพร้อมมัน ร้องไห้ไปกับมัน และยิ้มให้มัน
แต่ระวังอย่าเสพติดมัน
(บางคนก็ชอบความเจ็บปวดทรมาน พวกเขาอาจเป็นมาโซคิสม์ หรือไม่ก็ชอบเล่นบท "ผู้ถูกกระทำ" ที่น่าสงสาร และคอยกระโจนใส่สถานการณ์ที่ทุกข์ทรมานอยู่เรื่อย ถ้าคุณเป็นคนประเภทนี้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องบำบัดตัวเองหรอกใช่มั้ย)

มนุษย์เรามีสัญชาตญาณการอยู่รอด เมื่อคุณผลักตัวเองไปถึงสุดขอบแห่งความทรมาน จนเหลือเพียงทางเลือกสองทาง คือ
1) ตาย 2) หายบ้า
ส่วนใหญ่แล้วถ้าคุณไม่สิ้นคิดจนเกินไป ทางแก้ปัญหา, พุทธิปัญญา, หนทางพ้นทุกข์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะบังเกิดขึ้นมาเองโดยอัศจรรย์
มันวอนเดอร์ฟูลมากค่ะ ขอคอนเฟิร์มด้วยเกียรติของซาร่าห์ วิธีแก้ปัญหามันมีหลากหลายจริงๆ นะ
คุณอาจค้นพบวิธีใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เคยมีใครคิดค้นขึ้นมาบนโลกก็ได้
มันให้ความรู้สึกดีราวกับการค้นพบยาเพนนิซิลินเลยเทียวล่ะมั้ง ประมาณนั้นเลยล่ะ

แต่ขอบอกไว้ว่า คนเรามีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน เรียนรู้ความเจ็บปวดของคุณด้วยตัวเอง ให้มันสอนคุณ
นี่คือประสบการณ์ที่มีแต่คุณเท่านั้นที่จะได้เรียนรู้และสัมผัส มันคือของคุณ คุณแต่เพียงผู้เดียว รับไป และใช้มันเพื่อค้นหาหนทางของตัวเอง

3) ช่วงพักฟื้น

หลังผ่านช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดมา คุณรู้สึกโล่งใจและเริ่มคิดว่าชีวิตจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง
แต่แล้ว ขณะที่คุณเผลอ จู่ๆ ความเศร้าก็โจมตีคุณอีกแบบไม่ทันตั้งตัว นี่มันจะไม่ปล่อยให้คุณได้อยู่อย่างสงบเลยรึไง?

ใจเย็นๆ ค่ะ มันเป็นเรื่องธรรมดา สมองมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์
มันลืมทุกอย่างที่เราควรจดจำ และจำทุกอย่างที่ไม่ควรจำ
นอกจากนี้มนุษย์ยังชอบแส่หาเรื่อง ด้วยการให้ความหมายกับสิ่งที่ไม่มีความหมาย เช่น สถานที่ที่เคยไปกับเขา เพลงที่เคยฟังด้วยกัน พอแว่วเสียงจากวิทยุ น้ำตาก็พาลจะไหล ฯลฯ
ฟังดูน้ำเน่านะคะ แต่อย่าให้เจอกับตัวค่ะ จะซึ้ง หึ หึ หึ
(ดร. SunDay-SynDrome แสยะยิ้มแล้วหยิบแว่นขึ้นมาใส่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ)

เอนี่เวย์, นี่คือปัญหาอันเกิดจากสมองเราที่ดันไป associate (verb: make a logical or causal connection) สิ่งไร้ความหมายพวกนี้กับเรื่องเศร้าๆ หรือความสุขที่ผ่านพ้นไปแล้วตลอดกาล

วิธีแก้แบบง่ายๆ โง่ๆ และตรงไปตรงมาที่สุด คือต้องพยายาม associate สิ่งเหล่านั้นกับเรื่องราวใหม่ๆ มอบความหมายใหม่ๆ ให้มันค่ะ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คือชื่อ username ของอี SunDay-SynDrome นี่แหละ
วันอาทิตย์เคยเป็นวันที่ทำให้ชีเศร้า ชีก็เอาชื่อวันอาทิตย์มาตั้งเป็นชื่อตัวเองซะเลย เพราะไหนๆ ก็หนีไม่พ้นวันอาทิตย์อยู่แล้วนี่
ท้าทายมัน เผชิญหน้ากับมันแบบนักเลงๆ ...แมนๆ น่ะรู้จักไหม

ค่อยๆ ให้ความหมายใหม่กับสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คุณเศร้า
ขณะเดียวกันก็ตั้งจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนหรือวาง target ใหม่ๆ ในชีวิต เพื่อเป็นแรงผลักดันให้คุณมองไปข้างหน้า
บางคนบอกว่าวิธีเยียวยาจากอาการอกหักที่ดีที่สุด คือ การมีคนใหม่
แต่ดิฉันเป็นพวกธรรมะธรรโมน่ะ ไม่สามารถ use หรือ exploit ความรู้สึกดีๆ ของคนอื่นเพื่อตัวเอง
แต่แน่ล่ะว่า ระดับความนับถือในตัวเอง หรือเซ้วของคุณคงลดต่ำลงฮวบฮาบ
เฟลิตบ้างก็ได้ถ้าไม่ทำให้ใครเจ็บปวด
และถ้าทั้งสองฝ่ายต่างรู้ว่ามันคือ "การละเล่นพื้นเมือง"



โรคซึมเศร้าน่ะหายได้ค่ะ เจ๊แมวหลอนเคยบอก
ขอบคุณค่ะ exteen และทุกคนในที่นี้
ใครเศร้าก็ขอให้หายเศร้าไวๆ นะ ชีวิตยังมีอะไรอีกตั้งเยอะ

ปล. รูปประกอบด้านบนเป็นของ Tara Mcpherson ค่ะ

2006/Jan/20


จากปริศนาในเอ็นทรี่ก่อน>> Expect the Unexpected
วันนี้กลับมาเฉลยตามสัญญาถึง สิ่งที่ไม่คาดฝัน สามประการ

ประการแรก สิ่งดีๆ สิ่งนั้นคือสัตว์สี่เท้าที่เรียกว่า แมว
ไม่มีใครคิดถึงแมวกันเลยแฮะ มีแต่ตอบว่า นก เป็ด ไก่ หมา และหนู
ผู้ชนะคือ คุณปริมปริม ซึ่งตอบได้ใกล้เคียงที่สุดทั้งจำนวนเท้าและขนาดตัว
ทางเราจะติดต่อกลับไปเรื่องของรางวัลนะคะ



สิ่งที่ไม่คาดฝันประการที่สอง
ซึ่งอยู่นอกเหนือความคาดฝันของตัวผู้เขียนบล็อกเองด้วย

ก็คือ แมวตัวนั้นยังเดินทางมาไม่ถึงบ้านเราเลยค่ะ

เห็นใจเขาหน่อย เขามาไกลจากโคราช (กรุณานึกภาพตาม: แมวสีสวาดตัวเล็กๆ ออกเดินทางไกลจากฟาร์มกลางบ้านนาด้วยสี่เท้าจิ๋วๆ ดั้นด้นผ่านป่าทึบ ห้วยน้ำ เกาะแก่ง และผาสูงชัน ซ้ำยังต้องวิ่งลอดสิบล้อนับพันๆ คันเพื่อมาให้ถึงบางกอก)

แหะๆ พูดเล่นน่ะ คนที่เค้าจะเอาแมวมาให้เรา เค้ามีธุรกิจอื่นอ่ะค่ะ
เลยต้องเลื่อนการมา
ถึงจะช้า แต่ก็ชัวร์ค่ะ มาแน่นอน
เหตุที่ต้องรับอุปการะแมวจากแดนไกลขนาดนั้น เราจะพูดถึงในเอ็นทรี่ถัดไป
ถึงจะยังไม่เห็นหน้าค่าตากัน แมวตัวนี้ก็มีชื่อแล้วนะคะ




And I shall call him >> MiniMe

ชื่อ มินิมี ค่ะ โคลนนิ่งตัวจิ๋วของ ดร.อีวิล ในเรื่องออสติน พาวเวอร์ ไงคะ
ดีใจมากที่จะมีแมว ดึกๆ เวลาเหนื่อยจากการทำงาน
จะได้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มาวางแผนครองโลกด้วยกัน
มูวาฮ่ะฮ่ะฮาาาา (เสียงหัวเราะอย่างเหี้ยมโหด)

สิ่งที่ไม่คาดฝันประการสุดท้าย ก็สืบเนื่องจากการมาเลทของแมว
ทีแรกกะว่าเมื่อแมวมา เราก็ควรเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการเลี้ยงแมวใช่มั้ยคะ
คนที่มีแมวจะรู้ว่าแมวสามารถกลืนกินและครอบงำชีวิตของท่านได้ง่ายๆ
ก็อย่างที่เค้าว่ากันว่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของแมว มีแต่จะถูกแมวเป็นเจ้าของ
ฉันก็เลยกะเอา สิ่งมีชีวิตสองเท้า ในกรรมสิทธ์ไปขายทอดตลาดซะ
เตรียมปวารณาตนสู่หนทางของ Bitter Old Lady

ผู้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว มีเพียงแมวเป็นเพื่อน
พูดง่ายๆ ก็คือ เตรียมสมัครใจย้ายตัวเองไปอยู่หมู่บ้านคานทองนั่นเอง
แต่แมวก็มาเลทซะงั้น ทำให้เสียวันมหาเลิก เอ้ยย มหาฤกษ์หมด
ระหว่างที่ยังหวั่นไหว และยังรอการมาถึงของแมว
ก็ขอติดป้ายประกาศไปพลางๆ ก่อน


ต้องการผู้อุปการะใจบุญ

ผู้ชายมาดเท่ สุดฮิป สุภาพอ่อนโยน
เจ้าของนัยน์ตาเว้าวอนประดุจลูกสุนัข

เข้ากับบุพการีและญาติโกโหติกาของท่านได้ทุกชีวิต
รักเด็ก รักครอบครัว

ภาพลักษณ์เก๋กู้ด
เพียบพร้อมด้วยหน้าตา สติปัญญา และอาชีพการงาน


พ่วงด้วยเพ็ดดีกรี
รับประกันความเป็นตัวจริงเสียงจริง
จากสถาบันความเหียก

อ่านนิยามความเหียก :
บทความสร้างสรรค์สังคม โดย คุณแมวหลอน


ความสามารถพิเศษ
:
สะกดผีวูดูในหญิงสาวให้งงงวยได้ชั่วขณะ
ชั่วขณะจริงๆ...


มันก็เป็นชั่วขณะที่คุ้มค่านะ จะว่าไป
ฉันไม่ได้เกลียดเค้านะ รักมากด้วย
แต่คงเป็นความรักในแบบเดียวกับความรักที่ฉันมอบให้มวลมนุษยชาติ... นี่ดิฉันจะได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการเขียนบล็อกมั้ยคะเนี่ย


และที่เด็ดที่สุด ไฮไลท์ไว้ตรงนี้เลยว่าเค้า
เป็นชายในฝันของใครหลายๆ คน*

อันนี้ไม่ได้พูดเองนะ ความคิดนี้ไม่เคยมีอยู่ในหัวเลย

แต่ นส.สุวรรณมาลี (นามสมมติ)* คอมเฟิร์มมา

~~~~~~~~~~~~

เอนี่เวย์, ภายในเจ็ดวัน หากไม่มีผู้ใดแจ้งความประสงค์ขอรับเป็นผู้อุปการะ เราจะนำชายหนุ่มแสนเพอร์เฟ็กคนนี้ไปขึ้นตะแลงแกงกลางตลาดสด ก่อนจะชำแหละชิ้นส่วนเพื่อแบ่งขาย รีบติดต่อเข้ามาด่วนเลยนะคะ เพราะดิฉันไม่อยากจะทำอย่างนั้นเลย

* มันผู้ใดรู้ตัวว่าเป็นเจ้าของวรรคทองที่ขีดเส้นใต้ไว้ข้างต้น เราให้สิทธิ์ท่านก่อนใคร กรุณามารับชายในฝัน โคตร Dad โคตร Mom เดสตินี่ของท่านได้ที่เคาน์เตอร์ทางออกหมายเลขหนึ่ง... ถึงท่านจะปิดบล็อก ลี้ภัยไปภูเก็ตหรือสุไหงโกลกชั่วคราว ก็ไม่ต้องกังวลใจ เรามีบริการรับจัดส่ง เดลิเวอรี่ยี่สิบสี่ชั่วโมงทั่วโลกหล้า ครอบคลุมไปถึงกาแล็กซี่ปริมณฑล โดยไม่คิดค่าบริการค่ะ

~~~~~~~~~~~~



อ้อ ใช่แล้ว การได้ครอบครอง ชายในฝันของใครหลายๆ คน
มีความหมายโดยนัยว่า
คุณคือโคบาล!
เอ้ย คุณคือผู้มีชัยเหนือหญิงสาวอื่น จะเหนือกว่าด้วยเสน่ห์ จริต หรือหน้าตาก็ตามที
ถ้าใครนี้ดความรู้สึกนี้ก็เชิญมารับไปเลยค่ะ
ดิฉันหยิ่งจนไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ผู้ชาย
หรือหญิงเคราะห์ร้ายรายอื่นที่เกี่ยวข้องมาเสริมเซ้วตัวเองให้เมื่อย
และที่สำคัญสุดๆ คือ ดิฉันกำลังจะมีแมว...

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงนี่ค่ะ
ฉันขอสัญญาด้วยเกียรติของอดีตลูกเสือสำรองชูสองนิ้วว่า
เอนทรี่หน้าจะประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีของ exteen
จะเขียนแต่เรื่องราวคลีนๆ เฟรชๆ น่ารักโนะเนะ ไม่แอบด่าใครอีกแล้ว
ขอสิ่งดีๆ จงบังเกิดมีแด่ทุกท่านที่มาเยี่ยมชมค่ะ ใครอยากได้ความรัก ก็ให้ได้มีรัก
ใครอยากได้สัตว์สองเท้า สี่เท้า หรือสัตว์เลื้อยคลาน ก็ให้ได้ตามประสงค์

แต่รู้ไหมชั่วโมงนี้ ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
อืมมม... มันช่างโล่งและเบาสบาย อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาแสนนาน !



My Quote:
ความโกรธเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความเศร้า ความเศร้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความกลัว

Cat Quote:
เวลาแมวทำความผิด มันจะพยายามอ้อนเจ้าของให้เกาพุงมัน
ถ้าเจ้าของยอมเกาพุงให้ แสดงว่าเค้ายังรักมันอยู่
วันนี้มีคนยอมเกาพุง แต่พรุ่งนี้จะโดนจับถ่วงน้ำรึเปล่าก็ไม่รู้
(>,<) แง้วววว





The end of misery, a new beginning of a love story

Together, we will conquer the world

Me & My MiniMe



รักนะ
ตัวเอง

ปล. ติดตามดูรูปถ่ายของ มินิมี และอ่านบทความ มินิมีกับบทบาททางการเมืองของมันภายใต้ระบอบการปกครองแบบมาเธอร์ธิปไตย ได้ในเอ็นทรี่หน้าค่ะ
แต่เอ็นทรี่หน้าอาจมาช้าหน่อย คนที่ทำงานหนังสือหลายคนที่ชอบอู้คงตกอยู่ในสภาพเดียวกันช่วงนี้ นรกกำลังส่อเค้าให้เห็นตรงหน้า
ไม่นะ
! งานคือสิ่งไม่มีจริงในโลก...






SunDay-SynDrome
View full profile