
สืบเนื่องจาก Easy Up Vol.1เอ็นทรี่ก่อน โดนคุณ FAS ความเห็น#20 ดักคอไปแล้ว
เล่นเอาหมดมุขกันเลยทีเดียว T_T
Easy Up Vol.2 ที่กะจะเขียนเลยต้องเป็นหมันไปโดยปริยาย
จนกว่าจะนึกมุขใหม่ๆ ออก เราเลยขอต้องคั่นรายการ (อีกแล้ว)
ด้วยบทความสร้างสรรค์สังคมมากๆ ซึ่งดิฉันบรรจงจรดปลายนิ้วบนแป้นพิมพ์ขึ้นมาด้วยความรัก
ถ้ามันเครียดก็โทษคุณ FAS โลดค่ะ จะเขียนเรื่องง่ายๆ ก็ดันมาขัดคออีก เห้อออออ...
วิธีเยียวยาจากความเศร้า
ดร. SunDay-SynDrome ได้แบ่งกระบวนการบำบัดรักษาออกเป็น 3 ขั้นตอน
กล่าวคือ
1) ช่วงยอมรับ
ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ความจริงแล้วยากมั่กมั่ก
ดิฉันว่าการบำบัดจะได้ผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ถึง 80% การยอมรับว่า "เราเลิกกัน" หรือ "เค้านอกใจ" หรือ "ku เจ็บ" น่ะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ
เมื่อเกิดเรื่องเสียใจหรือช็อคหนักๆ ในระยะแรก ผู้ป่วยมักมีอาการปฏิเสธความจริงซึ่งจะทำให้ยากต่อการรักษามากขึ้นไปอีก (ก็ถ้าคนเราไม่ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา มันจะหาทางแก้ปัญหาได้ไงฟระ)
Case Study: อ่าน After Effect
หลังอี SunDay-SynDrome ป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามาสี่เดือน มันก็ยังพยายามนึกว่าตัวเองขาดสารอาหาร เป็นไทรอยด์ หรือมีพยาธิ
(กรูเป็นทั้งหมอ ทั้งคนไข้ค่ะ ของอย่างงี้ต้องช่วยตัวเอง)
ยิ่งเรายอมรับความจริงได้เร็วเท่าไหร่ มันก็จะง่ายต่อการบำบัดมากขึ้นเท่านั้น
นี่คือขั้นตอนที่ทำได้ยากเอี้ยๆ แล้ว (เอี้ยๆ เป็นศัพท์เทคนิคทางการแพทย์)
คนเรามักหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด เรารู้ลึกๆ อยู่ในใจว่าช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด คือขั้นตอนต่อไป หรือช่วงทำใจ
การยอมรับความจริงเท่ากับการอนุญาตให้ตัวคุณเองตกลงไปสู่ห้วงแห่งความเจ็บปวดล้ำลึก
คล้ายการเปิดบาดแผลของคุณให้ปริออก เพื่อบ่งเอาเสี้ยนออกมา มันเป็นขั้นตอนที่เสียวไส้แสบทรวง
แต่ถ้าคุณไม่ยอมรับว่าตัวเองมีแผล คุณก็บ่มมันอยู่ข้างในและอาจเน่าตายด้วยความทรมาน
ช่วงนี้ขอให้คุณใช้เวลาได้ตามชอบ ไม่มีใครเร่งรัด บางคนก็ต้องการเวลามาก บางคนก็ต้องการเวลาน้อย
แต่อย่าใช้เวลาทั้งชีวิต คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อทุกข์ทรมานหรือทำหน้าอมโศกเพียงอย่างเดียว
คุณยังมีความฝันอื่นๆ ในชีวิตที่ต้องทำด้วย อย่าลืม อืมม อืมมมมมมมมมมมม....
(voice fading)
2) ช่วงทำใจ
ขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าผ่านช่วงยอมรับมาได้ แสดงว่าคุณเดินทางมาถึง 80% แล้วค่ะ (แต่เส้นทางที่เหลือเป็นภูเขานะ เหอๆ)
นี่คือช่วงฟรีไทม์ค่ะ เราเปิดโอกาสให้ทุกท่านรับมือกับความเจ็บปวดของตัวเองได้ตามอัธยาศัย
ใครอยากชื่นชมทัศนียภาพ แวะพักข้างทาง ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
หรืออะไรก็สุดแท้แต่
เมื่อคุณเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด จงทำความรู้จักและทำความคุ้นเคยกับมันซะ สำรวจตัวเองว่าคุณมีวิธีอย่างไรในการรับมือกับแขกไม่พึงประสงค์รายนี้
บางคนถนัดกับการโหมทำงานเพื่อให้ลืม แต่จากที่ผ่านมา ดิฉันพบว่าวิธีที่ได้ผลชะงัดนักสำหรับตัวเอง คือการกระโจนลงใส่ความเจ็บปวด
เจ็บให้ถึงที่สุด ปวดให้ถึงที่สุด เรียนรู้มันทุกแง่ทุกมุม
~~ โอ อาาาาา อืมมม โอววววว ~~
จนกว่าคุณจะเริ่มเห็นความงามในความเจ็บปวดนั่นแหละ
(ระวังอย่าเพิ่งหลงรักมันซะล่ะ อันตรายนะนั่น)
ในความเจ็บปวดมีความงามเร้นอยู่จริง เหมือนสาวนัยน์ตาโศกที่เราอดหลงรักไม่ได้
จงดื่มด่ำมัน หลับลงไปพร้อมมัน ตื่นขึ้นพร้อมมัน ร้องไห้ไปกับมัน และยิ้มให้มัน
แต่ระวังอย่าเสพติดมัน
(บางคนก็ชอบความเจ็บปวดทรมาน พวกเขาอาจเป็นมาโซคิสม์ หรือไม่ก็ชอบเล่นบท "ผู้ถูกกระทำ" ที่น่าสงสาร และคอยกระโจนใส่สถานการณ์ที่ทุกข์ทรมานอยู่เรื่อย ถ้าคุณเป็นคนประเภทนี้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องบำบัดตัวเองหรอกใช่มั้ย)
มนุษย์เรามีสัญชาตญาณการอยู่รอด เมื่อคุณผลักตัวเองไปถึงสุดขอบแห่งความทรมาน จนเหลือเพียงทางเลือกสองทาง คือ
1) ตาย 2) หายบ้า
ส่วนใหญ่แล้วถ้าคุณไม่สิ้นคิดจนเกินไป ทางแก้ปัญหา, พุทธิปัญญา, หนทางพ้นทุกข์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะบังเกิดขึ้นมาเองโดยอัศจรรย์
มันวอนเดอร์ฟูลมากค่ะ ขอคอนเฟิร์มด้วยเกียรติของซาร่าห์ วิธีแก้ปัญหามันมีหลากหลายจริงๆ นะ
คุณอาจค้นพบวิธีใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เคยมีใครคิดค้นขึ้นมาบนโลกก็ได้
มันให้ความรู้สึกดีราวกับการค้นพบยาเพนนิซิลินเลยเทียวล่ะมั้ง ประมาณนั้นเลยล่ะ
แต่ขอบอกไว้ว่า คนเรามีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน เรียนรู้ความเจ็บปวดของคุณด้วยตัวเอง ให้มันสอนคุณ
นี่คือประสบการณ์ที่มีแต่คุณเท่านั้นที่จะได้เรียนรู้และสัมผัส มันคือของคุณ คุณแต่เพียงผู้เดียว รับไป และใช้มันเพื่อค้นหาหนทางของตัวเอง
3) ช่วงพักฟื้น
หลังผ่านช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดมา คุณรู้สึกโล่งใจและเริ่มคิดว่าชีวิตจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง
แต่แล้ว ขณะที่คุณเผลอ จู่ๆ ความเศร้าก็โจมตีคุณอีกแบบไม่ทันตั้งตัว นี่มันจะไม่ปล่อยให้คุณได้อยู่อย่างสงบเลยรึไง?
ใจเย็นๆ ค่ะ มันเป็นเรื่องธรรมดา สมองมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์
มันลืมทุกอย่างที่เราควรจดจำ และจำทุกอย่างที่ไม่ควรจำ
นอกจากนี้มนุษย์ยังชอบแส่หาเรื่อง ด้วยการให้ความหมายกับสิ่งที่ไม่มีความหมาย เช่น สถานที่ที่เคยไปกับเขา เพลงที่เคยฟังด้วยกัน พอแว่วเสียงจากวิทยุ น้ำตาก็พาลจะไหล ฯลฯ
ฟังดูน้ำเน่านะคะ แต่อย่าให้เจอกับตัวค่ะ จะซึ้ง หึ หึ หึ
(ดร. SunDay-SynDrome แสยะยิ้มแล้วหยิบแว่นขึ้นมาใส่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ)
เอนี่เวย์, นี่คือปัญหาอันเกิดจากสมองเราที่ดันไป associate (verb: make a logical or causal connection) สิ่งไร้ความหมายพวกนี้กับเรื่องเศร้าๆ หรือความสุขที่ผ่านพ้นไปแล้วตลอดกาล
วิธีแก้แบบง่ายๆ โง่ๆ และตรงไปตรงมาที่สุด คือต้องพยายาม associate สิ่งเหล่านั้นกับเรื่องราวใหม่ๆ มอบความหมายใหม่ๆ ให้มันค่ะ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คือชื่อ username ของอี SunDay-SynDrome นี่แหละ
วันอาทิตย์เคยเป็นวันที่ทำให้ชีเศร้า ชีก็เอาชื่อวันอาทิตย์มาตั้งเป็นชื่อตัวเองซะเลย เพราะไหนๆ ก็หนีไม่พ้นวันอาทิตย์อยู่แล้วนี่
ท้าทายมัน เผชิญหน้ากับมันแบบนักเลงๆ ...แมนๆ น่ะรู้จักไหม
ค่อยๆ ให้ความหมายใหม่กับสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คุณเศร้า
ขณะเดียวกันก็ตั้งจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนหรือวาง target ใหม่ๆ ในชีวิต เพื่อเป็นแรงผลักดันให้คุณมองไปข้างหน้า
บางคนบอกว่าวิธีเยียวยาจากอาการอกหักที่ดีที่สุด คือ การมีคนใหม่
แต่ดิฉันเป็นพวกธรรมะธรรโมน่ะ ไม่สามารถ use หรือ exploit ความรู้สึกดีๆ ของคนอื่นเพื่อตัวเอง
แต่แน่ล่ะว่า ระดับความนับถือในตัวเอง หรือเซ้วของคุณคงลดต่ำลงฮวบฮาบ
เฟลิตบ้างก็ได้ถ้าไม่ทำให้ใครเจ็บปวด
และถ้าทั้งสองฝ่ายต่างรู้ว่ามันคือ "การละเล่นพื้นเมือง"
โรคซึมเศร้าน่ะหายได้ค่ะ เจ๊แมวหลอนเคยบอก
ขอบคุณค่ะ exteen และทุกคนในที่นี้
ใครเศร้าก็ขอให้หายเศร้าไวๆ นะ ชีวิตยังมีอะไรอีกตั้งเยอะ
ปล. รูปประกอบด้านบนเป็นของ Tara Mcpherson ค่ะ

