ช่วงนี้ฟังเพลงนี้แล้วละลายง่ะ แบบว่าดนตรีตอนต้นมันนุ่มนวลบาดใจจัง
ยิ่งตอนเสียงผู้หญิงหวานๆ แทรกขึ้นมาอ่ะนะ
โอ้ แม่คะ หนูอยากเอาหัวโขกคอมฯให้เลือดทะลักตายคาโต๊ะไปเลยค่ะ

I SeeYou, YouSee Me
(The Magic Numbers)
I never wanted to love you, but that's okay
I always knew that you'd leave me anyway
But darling when I see you, you see me
I asked the boys if they'd let me go out and play
They always said that you'd hurt me anyway
But darling when I see you, I see me
And it's alright
I never thought I'd fall in love again
It's alright
I look to you as my only friend
It's alright
I never thought that I could feel there's something
Rising, rising in my veins
Looks like it's happened again
I never thought that you wanted for me to stay
So I left you with the girls that came your way
And darling when I see you I see me
I often thought that you'd be better off left alone
Well throw a circle round and ... with broken bones
But darling when I see you, I see me
It's alright
I never thought I'd fall in love again
It's alright
I look to you as my only friend
It's alright
I never thought that I could feel there's something
Rising, rising in my veins
Looks like it's happened again
You always looked like you had something else on your mind
When I try to tell you, you tell me "nevermind"
But darling when I see you, you see me
I wanna tell you that I never loved anyone else
You wanna tell me that you're better off by yourself
But darling when I see you, you see me
Oooh, oo-oo-oooh...
This is not what I'm like, this is not what I do
This is not what I'm like, I think I'm falling for you
This is not what I'm like, this is not what I do
This is not what I'm like, I think I'm falling for you
(repeat)
I never thought
This is not what I'm like, this is not what I do
I never thought
This is not what I'm like, I think I'm falling for you
(repeat)
I never thought that I could feel there's something
Rising, rising in my veins
And it looks like I feel there's something
Rising, rising in my veins
Looks like it's happened again
ก็อย่างที่ Thunska13 บอกเอาไว้นั่นแหละ
ในหมู่พวกเราเชื่อกันว่าถ้าปีใหม่ไป countdown กับใคร ปีนั้นจะได้อยู่กับคนๆ นั้นไปอีกตลอดปี
ปีนี้ฉันก็เลยเลือกที่จะไม่ไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน
เลือกที่จะไม่ไปไหนกับกลุ่มเพื่อน และเลือกที่จะปฏิเสธคำชวนไปฉลองปีใหม่ที่ข้าวสารกับแฟน
โดยวางแผนจะฉลองปีเก่าด้วยการดูหนังเรื่อง Last Days อยู่ในบ้านเงียบๆ เพียงคนเดียว
(ไม่ได้กะจะตายตามพี่เคิร์ทหรอกนะคะ ฉันยังสนุกกับชีวิตอยู่เลย)
แต่พอกินมื้อเย็นซึ่งเป็นมาม่ารสหมูสับไม่ใส่ไข่หมดชาม (อาหารกลางวันฉันกินคุกกี้ดาร์กช็อกโกแลตชิปหนึ่งชิ้นกับนมสองแก้ว)
ฉันเริ่มมีลางสังหรณ์ว่าใครบางคนอาจกำลังผจญกับช่วงเวลารันทดๆ คล้ายกันในค่ำคืนแบบนี้
ฉันก็เลยโทรหา Thunska13 และเรียกเขามาที่บ้าน (จริงๆ ถ้าจะใช้วิธีจุดธูปเชิญ เขาก็คงมาเหมือนกัน และจริงๆ แล้วในเวลานั้นฉันจัดการปิดประตูบ้านลั่นกลอนแปดสิบชั้นไปเรียบร้อยแล้ว กะว่าจะไม่ออกไปไหนแน่ๆ)
แต่แล้วฉันก็ถูกเพื่อนลากออกไป countdown ที่สยามร่วมกับคนเหงาอีกนับแสนคน
ดอกไม้ไฟสวยงามตระการตาเหมือนเคย
บรรยากาศเดิมๆ เหมือนทุกปี อากาศเย็นนิดๆ แต่มันเย็นซ่านไปถึงข้างใน
ฉันไม่ได้เหงาหรอก ฉันรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ
แผนการที่จะอยู่คนเดียวตลอดปีของฉันในปีนี้เป็นอันพังย่อยยับ... แต่ก็ช่างมันเถอะ
สมัยวัยรุ่นเรามักเกลียดกลัวการเป็นเหมือนคนอื่น
เราอยากต่าง อยากยูนีค อยาก เป็นตัวของตัวเอง
และอยากให้มีใครสักคนมามองเห็นเราในความต่างนั้น
แต่เวลาอินเลิฟ เราก็จะรู้สึกว่าเขาคนนั้นกับเรามีความเหมือนกัน
ราวกับเขาคือเราอีกคนนึงบนโลกใบนี้ ประมาณว่ามองเห็นตัวเราในตัวเขา.. ทำนองนั้น
ฉันเคยเจอคนที่มีความ เหมือนฉัน มากมาย เจอหนึ่งคน แล้วก็อีกคน แล้วก็อีกคน
ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกแล้วล่ะว่าคนที่มีความ เหมือนฉัน ก็คือทุกคนบนโลกนั่นแหละ
เพราะเราล้วนมีจุดร่วมและความปรารถนาเดียวกัน
นั่นคือการมีใครสักคนที่มองเห็นเรา ได้ถูกรู้จักและถูกรัก
ฉันมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากมายบนโลก
ฉันไม่กลัวการต้องอยู่ตามลำพังหรอก เพราะฉันรู้ว่าฉันไม่มีวันต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างแท้จริง (ถึงแม้บางทีจะปรารถนาเช่นนั้นก็ตาม)
ที่รัก ฉันอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมีเธอ
แล้วเธอล่ะ? จะอยู่ได้หรือเปล่าถ้าไม่มีฉัน?
สิบนาฬิกา, วันปีใหม่

หลังจากเพื่อนแยกย้ายกันกลับบ้านไปเมื่อเช้า ฉันนั่งมึนงงอยู่ครู่นึง
นึกสงสัยว่าจากแผนการฉลองปีใหม่เพียงคนเดียว ไฉนจึงมีสิ่งมีชีวิตเพศชาย (?) ถึงสามชีวิตเดินเรียงหน้าออกจากประตูบ้านฉันไปพร้อมกันในตอนเช้า (โอ้ ไม่นะ! เพื่อนบ้านเห็นจะคิดยังไงกับลูกสาวบ้านนี้!)
แผนการที่จะอยู่กับพี่เคิร์ท โคเบนตามลำพังสองต่อสองรับปีใหม่ ไหงกลายมาเป็นการดูหนังผีสุดสยองและหนังรักประหลาดขณะนั่งกินโจ๊กหมูเด้งจากเซเว่นอยู่ในกลุ่มควันบุหรี่
ขณะนึกทบทวนเรื่องสะระตะ ฉันจัดการเก็บซากบุหรี่และกองขยะทั้งหลายพลางคิดว่ามันก็เป็นวันปีใหม่ที่ดีเหมือนกันนะ
จนกระทั่งเราได้คุยโทรศัพท์กัน
เขาชวนฉันไปกินมื้อกลางวันรับปีใหม่พร้อมกับคุณแม่ คุณพี่ คุณน้อง คุณตา คุณลุง คุณหลาน คุณอา และญาติๆ คนอื่นๆ
ฉันบอกเขาว่าฉันยังไม่ได้นอนเลย ไว้ตอนเย็นๆ ค่อยมาเจอกันได้ไหม
เขาบอกว่าก็ได้แต่แม่เขาอยากเจอหน้าฉัน
ฉันเริ่มเครียด (หากสงสัยว่าทำไม คลิ๊กอ่าน)
ขณะลงมือล้างจาน ฉันน้ำตาไหล แล้วเริ่มสะอื้นไห้
ฉันไปตามคำชวน
แต่ขอตัวลากลับก่อน
และฉันก็ได้รู้ว่าอย่างน้อยการเป็นคนหน้าตาอมทุกข์ มีหยดน้ำตาปริ่มพร้อมจะหยดลงมาจากขอบตาได้ทุกเมื่อขณะอยู่ท่ามกลางฝูงชนในวันปีใหม่ ก็มีข้อดีของมันเหมือนกันนะ
เพราะคนขับแท็กซี่ที่ใจจืดใจดำ หยิ่งยะโสเป็นพิเศษในวันนี้ จะตวัดสายตาเหลือบมองดูคุณแล้วนิ่งอึ้ง ชะงักไปหนึ่งจังหวะ หันมามองตาคุณชัดๆ อีกแวบนึง ก่อนจะถอนใจและพยักหน้า ยอมให้คุณขึ้นรถ แม้ใจจริงจะอยากรับผู้โดยสารชาวต่างชาติมากกว่าก็ตาม (อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำกับคนท่าทางป่วยหนักจนไม่ควรถูกปล่อยมาเดินเพ่นพ่านตามท้องถนนคนนี้มากเกินไป ขอบคุณพระเจ้าสำหรับมนุษยธรรมที่ยังมีให้พบเห็นอยู่ในสังคม)
บางที การที่ฉันอยากอยู่ตามลำพังเสียเหลือเกินในวันปีใหม่ และหลงคิดว่าตัวเองเข้มแข็งเสียเหลือเกิน อยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องการใคร แท้ที่จริงแล้ว มันก็เป็นแค่แผนการป้องกันตัวโง่ๆ อย่างนึง มันเป็นวิธีเดียวที่ฉันจะมั่นใจได้ว่าจะรอดพ้นจากการถูกคนอื่นทำร้าย ฉันอาจไม่ได้อยากอยู่ตามลำพังจริงๆ หรอก แค่กลัวจะถูกทำร้ายเสียจนเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย แค่หวาดกลัวเกินทานทนเท่านั้น
ฉันเดินสะอื้นกลับเข้าบ้านที่ว่างเปล่า
ปิดประตู แล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา
เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครหน้าไหนผ่านเข้ามาได้
สิบห้านาฬิกาห้าสิบสี่นาที, วันปีใหม่
ยังเหลือวันปีใหม่อยู่อีกหลายชั่วโมง
edit: ขณะนี้เวลาสิบเอ็ดนาฬิกายี่สิบสามนาที
Thunska13 กำลังเดินทางมาที่บ้านฉันอีก
อีกประเดี๋ยวฉันจะลงไปเปิดประตูให้มัน
คืนนี้เราคงได้ดูหนังกันอีกสักสองเรื่อง
Film Lovers are Sick People
ใครเป็นคนคิดประโยคนี้นะ m(_ _)m โคตรจริงเลย
edit @ 2006/01/01 23:27:20

