Journal-Therapy

2008/Apr/01

อย่างย่อๆ นะ
วันเสาร์ ถูกหัวหน้าเชิญชวนแกมขู่บังคับให้ไปเข้าคอร์สว่าด้วยการดูแลสุขภาพในแนวทางธรรมชาติ
เช้าแปดโมงครึ่ง เดินสวนกับพี่ผู้ชายที่กำลังจะเข้าฝึกอบรมเหมือนกัน
ตัวแกมีกลิ่น “สมุนไพร” หรือ “พืชสวนโลก” ฉุนกึ้ก
แอบขำและรู้สึกดีกับบรรยากาศโดยรอบขึ้นมานิดนึง

ดื่มน้ำอาร์ซี
สัปหงก
มีของว่างเป็นอาหารนก (ถั่วนานา งา และผลไม้แห้ง)
สัปหงก
กลางวันกินผักๆๆๆๆ
สัปหงก
บ่ายดื่มน้ำเอนไซม์และรำกระบองหนึ่งชั่วโมงเต็ม (หนูไม่ใช่จีจ้า)
สัปหงก
ก่อนกลับบ้านตอนห้าโมงครึ่ง แซนด์วิชโฮลวีต

แบกความร้าวรานในท่อนขาเดินโซซัดโซเซกลับมาเก็บของ
แวะกินข้าวเย็นด้วยอาการปั่นป่วนในช่องท้อง
แวะ People Space ที่กำลังมีนิทรรศการแสดงต้นฉบับงานของพี่ตั้ม



ชอบรูปข้างบนนี้ น่ารักดี
ระหว่างนั้นก็ต่อยอดการดูแลสุขภาพในแนวทางธรรมชาติ ด้วยการแอบกรี๊ดน้อง ป.5 ที่เขียนเรื่องอะลูมิเนียมแมน และหล่อที่สุดในงาน (กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหัวใจ)
ดูแอนิเมชันประกอบการเล่นเปียโนของพี่ตั้ม (ประทับใจมาก ถ้าจะเล่นแบบก๊องๆ แก๊งๆ ก็คงประทับใจมากแล้วนะ แต่นี่เค้าเล่นเป็นจริงๆ อ่ะ)

แบกสังขารอันทรุดโทรมกลับมาถึงบ้าน
เล่นกับแมวที่เริ่มมีพัฒนาการทางสมองถึงขั้นดูปฏิทินเป็นแล้ว (คุณน้องรายงานมาอีกที)
หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

เช้าวันอาทิตย์ ตื่นเจ็ดโมงครึ่ง อาบน้ำ แต่งตัว
แปดโมงสี่สิบห้ารับโทรศัพท์จากคุณพนักงานแบงก์ที่กล่อมให้แม่เราซื้อประกันชีวิตให้เรา
(ท่านแม่คงเล็งเห็นแล้วว่าหากชีวิตอันไร้ค่าของดิฉันดับดิ้นแดดายลง อย่างน้อยท่านจะได้มีเงินไปทำบุญให้ผีไร้ญาติต่อไป)
เก้าโมงเช้า ไปถึงโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ

และนี่คือบทสนทนาเมื่อวันศุกร์
แซนดี้: ตรวจสุขภาพนี่ต้องตรวจอะไรบ้างคะ
คุณพนักงานแบงก์: อ๋อ ก็มีตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
แซนดี้: แค่นี้เหรอคะ
คุณพนักงานแบงก์: อ๋อ หมอเค้าก็จะถามว่ากินเหล้าหรือสูบบุหรี่อะไรบ้างมั้ยน่ะค่ะ

และนี่คือบทสนทนาตอนเก้าโมงเช้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
แซนดี้: ตรวจสุขภาพนี่ต้องตรวจอะไรบ้างคะ
คุณพนักงานแบงก์: อ๋อ ก็มีตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ แล้วก็พบแพทย์ค่ะ
แซนดี้: แล้วพบแพทย์นี่เค้าจะตรวจอะไรบ้างคะ
คุณพนักงานแบงก์: ง่า... ก็ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะน่ะค่ะ

ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน ฯลฯ
นางพยาบาลเอาถ้วยฉี่มายื่นให้
ยังไม่สามารถผลิตฉี่ได้
นางพยาบาลจึงบอกให้เจาะเลือดก่อน
หลับตาปี๋
รู้สึกดีที่ได้ระบายเลือดชั่วออกไปเสียบ้าง
หลังจากนั้นก็ยังไม่สามารถผลิตฉี่ได้
พยาบาลจึงเรียกให้ไปพบแพทย์ก่อน

หมอ: สูบบุหรี่ไหมคะ
แซนดี้: ง่า... (เซ็นชื่อยินยอมเปิดเผยประวัติไปแล้ว... พนักงานแบงก์กะคุณแม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดประดุจคนในครอบครัว) ไม่ค่ะ
หมอ: ดื่มเหล้าไหมคะ
แซนดี้: ง่า... (มุสาวาจา เวรละซี และ สุรา เวรละย่ะ อะไรซักอย่าง) ดื่มค่ะ (ถ้าหมอใช้คำว่า “แดรก” หนูอาจจะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำขึ้น)
หมอ: ดื่มประเภทไหนคะ
แซนดี้: ดื่มประเภทไหน (หน้าซื่อตาใส) หมายความว่าไงคะ
หมอ: (สีหน้าเคร่งเครียด) วิสกี้ เบียร์ หรือไวน์
แซนดี้: ง่า... ก็ทุกประเภทแหละค่ะ (มันต่างกันด้วยเรอะ ฮือๆ หนูมันโง่ หนูมันชั่ว หนูมันไม่ดี ไม่รู้จักดูแลสุขภาพ)
หมอ: ยาเสพติดล่ะคะ
แซนดี้: ไม่ค่ะ
หมอ: มีโรคประจำตัวอะไรไหม
แซนดี้: ไม่มีนะคะ (เอ๊ะ ไม่ใช่หน้าที่หมอเหรอที่ต้องตรวจ)
หมอ: มีประวัติโรคจิตหรือความผิดปกติทางสมองไหมคะ
แซนดี้: ฮ่าๆๆ (หัวเราะแบบเสียจริต นึกในใจว่า ถ้ากูรู้ก็ดีสิ)

หลังจากเสร็จช่วงร้อยแปดคำถาม
หมอ: ขึ้นไปนอนบนเตียงค่ะ
นางพยาบาล: ในแพ็กเกจนี่ต้องตรวจทรวงอกด้วยนะคะ ปลดตะขอด้วยค่ะ
แซนดี้: ....

เอ่อ คุณพนักงานแบงก์ไม่ยอมบอกกันก่อนเลยนะคะ
จะได้ใส่เสื้อในสวยๆ มา (ตึ๊ง!)
แล้วคุณนางพยาบาลก็เจือกรู้ด้วยนะคะ ว่ากูยังไม่รู้
นี่คือการสมคบคิด สุมหัวกันหลอกกูมาจับนมนี่หว่า
สาดดดดดดด

ฮือๆๆ
พาร่างกายและสภาพจิตใจที่ถูกข่มเหงยับเยินออกมาจากห้อง
หยิบถ้วยฉี่ เดินไปเข้าห้องน้ำ
แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตฉี่ได้
เดินออกมา ไปที่ตู้น้ำ
ซัดน้ำไปหกแก้ว
ยังไม่สามารถผลิตฉี่ได้
ดูท่าร่างกายจะยังอยู่ในสภาพช็อกเนื่องจากถูกทรยศ
ซัดน้ำไปอีกจนขี้เกียจนับ พลางอ่านหนังสือไปสิบห้านาที
เฮ่อ... ฉี่ได้เสียที
พยาบาลดีอกดีใจกันถ้วนหน้า
รู้สึกดีจังที่ฉี่ของฉันมีความสำคัญขนาดนี้

ไปงานสัปดาห์หนังสือ
เจอคุณนฆ ร้านหนังสือ 2521 เลยขอลายเซ็นมาซะ (อีกหน่อย อาจจะเอาไปขายในอีเบย์)
ซื้อเสื้อลายกระทิงแมว และตุ๊กตากวางสีเขียวลายจุดตัวยักษ์ขนาดเด็กนั่งได้
และเดินให้เขาเหยียบตีนจนเวลาล่วงเลยถึงเกือบหกโมงเย็น
อาการปวดขาทบทวีจากวันก่อนจนไม่สามารถให้ใครลูบขาอ่อนได้

สิ่งที่ดีที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ดังกล่าวคืออาหารเย็นวันนั้น
ซึ่งได้แก่ ชีสเบอร์เกอร์ใส่เบคอน มันฝรั่งทอด และน้ำอัดลม

หมายเหตุ: บล็อกนี้ร่วมสนับสนุนการอ่านและการขี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ... สวัสดี

2008/Mar/02



Falling Slowly by Glen Hansard

I don't know you
But I want you
All the more for that
Words fall through me
And always fool me
And I can't react

And games that never amount
To more than they're meant
Will play themselves out

Take this sinking boat and point it home
We've still got time
Raise your hopeful voice you have a choice
You've made it now

Falling slowly, eyes that know me
And I can't go back
Moods that take me and erase me
And I'm painted black
You have suffered enough
And warred with yourself
It's time that you won

Take this sinking boat and point it home
We've still got time
Raise your hopeful voice you have a choice
You've made it now

Take this sinking boat and point it home
We've still got time
Raise your hopeful voice you have a choice
You've made it now
Falling slowly sing your melody
I'll sing along
  

ขับขานท่วงทำนองของเธอเถิด
ฉันจะร้องคลอ... 

ONCE คือหนังรักที่ชอบที่สุดเรื่องนึงในรอบหลายๆ ปีนี้
ไม่สามารถเจาะจงเวลาแน่นอนได้
เพราะลืมไปแล้วว่าหนังรัก-รักๆ ล่าสุดที่ชอบมากคือเรื่องอะไร
และยังเป็นหนังเพลงที่ชอบมากกว่า Across the Universe
พระเอก Glen Hansard ทำให้ฉันตกหลุมรัก (อีกแล้ว)
เชื่อว่าหญิงสาวทุกคนย่อมตกหลุมรักเขาได้ไม่ยากเลย
อนึ่งการตกหลุมรักเป็นสิ่งที่เราพึงกระทำอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
เรื่องนี้จึงขอแนะนำอย่างยิ่ง  

หนังที่ได้ดูในโรงในช่วงที่ผ่านมานี้:
Atonement - รีบพุ่งไปดูตั้งแต่รอบพิเศษ ชอบจัง สมกับที่รอคอย (เรื่องนี้ไม่ถือเป็นหนังรัก-รักๆ นะ)
Sweeney Todd ก็ดีนะ (แต่เซ็นเซอร์กูทำมายย แล้วกูจะไปดูในโรงทำไมฟระ
สาดดดด อยากเห็นคนฆ่ากันโว้ย) ว่าแต่เมื่อไหร่ลุงทิมจะเปลี่ยนมุกซะที เบื่อหน้าเมียลุงเต็มทีแล้วด้วยง่ะ
No Country for Old Menก็ดีนะ หน้าตาโรคจิตได้ใจ
กอด ก็ดีนะ ไปดูดิ อุดหนุนพี่คงเดช
The Mist - ใจร้ายมาก อำมหิต โหดเหี้ยม สะใจสุดๆ ขออีกที
ONCE โรแมนติกมากในความรู้สึกเรา ชอบจัง แต่ทำไมไม่มีเลือด (เอ๊ะ!)
There Will Be Bloodวี้ฮ่าห์ มีแต่คนบ้าโว้ย มีอารมณ์ขันมากๆ ค่า


 

ส่วนหนังแผ่นก็ดูเยอะจนจำไม่ได้ว่ามีเรื่องไรบ้าง
แต่ที่ชอบสุดคือ Secret Sunshine
ดูก่อนไปดู Atonement แล้วรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกันไงไม่รู้นะ
เพราะ Atonement พูดถึงการไถ่บาปและความรู้สึกผิดในใจ
ส่วน Secret Sunshine คือการ(พยายาม)ให้อภัยคนอื่น และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเกลียดชังและมืดดำในใจตัวเองอย่างสันติ พร้อมๆ กับรับ แสงเร้น เข้ามาปลอบประโลม
ชอบตอนจบของหนังเรื่องนี้มากมาย
ไม่คิดว่าจะมีตอนจบที่ให้ความรู้สึกดีมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว


SunDay-SynDrome
View full profile